การประกันชีวิตคืออะไร?

การประกันชีวิตคือการให้ความคุ้มครองชีวิตของบุคคลจากความไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้นกับพวกเขาได้ตลอดเวลา ผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยจะต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยเป็นประจำตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ในสัญญา และถ้าหากเหตุการณ์เฉพาะใดๆ เช่น การเสียชีวิตหรืออุบัติเหตุที่เป็นผลให้เสียชีวิตหรือทุพพลภาพ จะมีการชำระเงินตามความคุ้มครองให้กับคุณ การประกันภัยคือการกระจายความเสี่ยงระหว่างกลุ่มคนจำนวนมาก การประกันชีวิตคือการรวมเงินที่ได้รับจากค่าเบี้ยประกันภัยซึ่งจ่ายโดยผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยทั้งหมดและจะจ่ายให้กับผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยที่ประสบภัยหรือญาติในรุ่นต่อไป


ทำไมต้องทำประกันชีวิต?

ความคุ้มครอง: ให้ความคุ้มครองความเสี่ยงของการเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ ให้ความช่วยเหลือทางการเงินกับคุณและครอบครัวเมื่อประสบเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน
ออมทรัพย์: หากกรมธรรม์เป็นแบบมีเงินปันผล การประกันชีวิตจะช่วยให้คุณเก็มออม และวางแผนสำหรับอนาคต เช่น แบบประกันเพื่อการศึกษาบุตร การลงทุนเพื่ออนาคตที่ดีขึ้น การคุ้มครองบุคคลอันเป็นที่รัก และรายได้หลังเกษียณอายุ


ฉันมีกรมธรรม์ประกันภัยที่ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่?

มีกรมธรรม์ประกันภัยหลายประเภท ได้แก่ ทุนการศึกษา ความคุ้มครอง การสร้างความมั่งคั่ง การรักษาพยาบาล และ การเกษียณอายุ ไม่มีกรมธรรม์ประกันภัย “ที่ถูกต้อง” การซื้อกรมธรรม์ประกันภัยขึ้นอยู่กับความจำเป็นในชีวิตของคุณ ในแต่ละช่วงเวลาของชีวิตมีความต้องการแตกต่างกัน ดังนั้น ช่วงเวลาของชีวิตที่แตกต่างกันจะมีความต้องการกรมธรรม์ประกันชีวิตประเภทที่แตกต่างกัน สิ่งสำคัญ 

ก)ทราบความต้องการของคุณ

บุคคลมีความต้องการและเหตุผลที่แตกต่างกันในการเลือกซื้อกรมธรรม์ ดังต่อไปนี้

ก) มีรายได้อย่างต่อเนื่องในกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ
ข) รายได้สำหรับผู้ถือกรมธรรม์ซึ่งเขา/เธอเกิดเจ็บป่วยจากโรคร้ายแรง
ค) การออมเงินหรือลงทุน
ง) การศึกษาของบุตรหลาน
จ) วางแผนสำหรับการเกษียณอายุ
ฉ) ลงทุนเพื่ออนาคตที่ดีกว่า

ข) สามารถจ่ายได้
แต่ละคนจะเลือกซื้อประกันซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของตนเองและในขณะเดียวกันก็อยู่บนพื้นฐานของความสามารถในการจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยต่างๆ โดยทั่วไป การประกันชีวิตจะต้องซื้อตามความต้องการทางด้านการเงินของแต่ละบุคคล


ประเภทการประกันชีวิตมีอะไรบ้าง?

กรมธรรม์ประกันชีวิตสามารถแบ่งประเภทออกเป็น กรมธรรม์ประกันชีวิตประเภทมีเงินปันผล และไม่มีเงินปันผล กรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีผลประโยชน์เหล่านี้จะแบ่งผลกำไรที่เกิดขึ้นโดยผู้รับประกันชีวิต ซึ่งกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ไม่มีผลประโยชน์จะไม่ได้รับเงินปันผล ดังนั้น แผนกรมธรรม์แบบไม่มีเงินปันผลจะมีค่าเบี้ยประกันภัยถูกกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับแบบมีเงินปันผล

ประเภทของกรมธรรม์ประกันชีวิต:
ก) ตลอดชีพ จ่ายทุนประกันภัยเป็นเงินก้อนเฉพาะกรณีผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต ภายใต้แผนนี้ อาจจะต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยตลอดชีวิตหรือตามช่วงเวลาที่กำหนดหรือจนถึงอายุตามที่ตกลงไว้เท่านั้น เนื่องจาก โดยปกติรายได้ของบุคคลหลังเกษียณอายุจะน้อยกว่าในช่วงที่สามารถทำงานได้ ดังนั้น จึงควรทำประกันชีวิตแบบตลอดชีพ โดยชำระเบี้ยประกัน “แบบกำหนดระยะเวลา” กรมธรรม์ประกันประเภทนี้เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้เอาประกันที่ความกังวัลส่วนใหญ่เกี่ยวกับครอบครัวในกรณีที่เขาเสียชีวิต เพราะให้ความคุ้มครองสูงโดยจ่ายเบี้ยประกันภัยต่ำ ค่าเบี้ยประกันภัยจะถูกกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับแบบประกันภัยสะสมทรัพย์

ข) แบบประกันภัยสะสมทรัพย์จะรวมการออมเงินและความคุ้มครองเข้าไว้ด้วยกันตามระยะเวลาของกรมธรรม์ประกัน กรมธรรม์ประเภทนี้มีหลากหลายระยะเวลาชำระเบี้ย ตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปจนถึงครบอายุที่กำหนด เงินรวมของการประกัน เงินรวมผู้เอาประกันพร้อมโบนัสต่างๆ ที่เกิดขึ้น (ถ้ามี) จะจ่ายเมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิตภายในช่วงระยะเวลาของกรมธรรม์ประกัน ผู้ถือกรมธรรม์จะต้องยังคงอยู่ตลอดระยะเวลาของกรมธรรม์ เขา/เธอจะได้รับเงินเอาประกันทั้งหมดพร้อมโบนัสมาเกิดขึ้น (ถ้ามี) ค่าเบี้ยประกันภัยจะจ่ายตามระยะเวลาของกรมธรรม์

มีแบบประกันภัยอื่นๆ ที่มีระยะเวลาการชำระเบี้ยประกันภัยตามที่กำหนด ซึ่งผู้ถือกรมธรรม์อาจจะเลือกระยะเวลาการชำระเบี้ยประกันภัยที่เขา/เธอสามารถจ่ายได้ ระยะเวลาการจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยสั้นกว่า จะได้รับส่วนลดมากกว่า

นี่คือแบบประกันภัยสะสมทรัพย์ซึ่งการชำระเงินครบกำหนดสัญญาบางส่วนซึ่งจะจ่ายแบบผ่อนตลอดระยะเวลา นี่คือประเภทกรมธรรม์แบบสะสมทรัพย์ซึ่งเรียกว่าแบบประกันภัยสะสมทรัพย์ที่คาดการณ์ไว้

ค) แบบประกันภัยชั่วระยะเวลา - คือการประกันภัยตามระยะเวลาที่กำหนด และจำนวนเงินเอาประกันภัยจะจ่ายเมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิตในช่วงเวลานั้น ผู้เอาประกันภัยจะต้องชำระเบี้ยประกันภัยอย่างต่อเนื่องจนครบสัญญา แต่จะไม่มีเงินคืนเมื่อครบสัญญา แบบประกันภัยประเภทนี้จะให้ความคุ้มครองสูงสุดในเบี้ยประกันภัยต่ำสุดซึ่งจะเหมาะสำหรับการคุ้มครองเงินกู้สำหรับเจ้าหนี้

ง) ผลประโยชน์ของสัญญาเพิ่มเติม - คือผลประโยชน์เพิ่มเติมซึ่งไม่รวมอยู่ในแบบประกันภัยหลัก รวมถึงผลประโยชน์สำหรับการประกันอุบัติเหตุ, ค่ารักษาพยาบาล, ค่าใช้จ่ายในการรักษา, การเสียชีวิตหรือทุพพลภาพอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุและคุ้มครองรายได้, โรคร้ายแรง และอื่นๆ เป็นต้น


อะไรคือกรมธรรม์การประกันชีวิตควบการลงทุน? มีความแตกต่างจากกรมธรรม์ประกันอื่นๆ อย่างไร?

แผนควบการลงทุนคือแผนการประกันชีวิตที่รวมการลงทุนและความคุ้มครองเข้าไว้ด้วยกัน

ตรงนี้มีกรมธรรม์ประกันชีวิตควบการลงทุน (ILP) ด้วยกันสองประเภท คือ ค่าเบี้ยประกันภัยทั่วไปและค่าเบี้ยประกันภัยเดี่ยว

ก) ค่าเบี้ยประกันภัยทั่วไปของ ILP
นี่คือค่าเบี้ยประกันภัยทั่วไปซึ่งจ่าย ILP ที่คุ้มครองทางการเงินร่วมกับลักษณะพิเศษเฉพาะในการลงทุนในผลิตภัณฑ์ ILP จะมีความยืดหยุ่น อย่างไรก็ตาม ระดับความยืดหยุ่นขึ้นอยู่กับแผน/ข้อกำหนดต่อท้ายที่จะซื้อ ผู้ถือกรมธรรม์ประกันอาจจะเลือกเปลี่ยนเงินลงทุนที่ได้รับการเสนอโดยผู้รับประกันได้ตลอดเวลา ผู้ถือกรมธรรม์สามารถควบคุมเงินทุนผสมที่แนบมาพร้อมกับกรมธรรม์ เปลี่ยนจำนวนความคุ้มครอง เปลี่ยนการจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยในแต่ละจุดของการจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยที่ทำขึ้นและถอนเงินทุนที่ราคาที่มีอยู่ทั่วไป

ข) ค่าเบี้ยประกันภัยเดี่ยวสำหรับ ILP
นี่คือผลิตภัณฑ์แบบค่าเบี้ยประกันภัยเดี่ยวพร้อมความคุ้มครองจากการประกันชีวิต ถ้าหากกรมธรรม์ยังคงมีผลบังคับใช้ เงินเอาประกันหรือมูลค่าเงินทุนทั้งหมด ไม่ว่าส่วนใดที่สูงกว่าจะจ่ายคืนเมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง (ถ้าหากความคุ้มครองไม่ได้รับการจำกัดความคุ้มครอง) ผู้ถือกรมธรรม์ประกันอาจจะถอนหน่วยและมูลค่าเงินทุนบางส่วนหรือทั้งหมดบนพื้นฐานของมูลค่าซึ่งมีอยู่ทั่วไปของเงินทุน


ใครจะได้รับเงินเมื่อเกิดเหตุบางอย่างกับฉัน ถ้าหากเสียชีวิต?

เราจะจ่ายเงินให้กับ:

  • ตัวแทนที่มีความสามารถถ้าหากตรงนี้ไม่มีผู้ได้รับมอบหมายให้จัดการดูแล
  • ผู้ได้รับมอบหายให้จัดการดูแลถ้ามีตัวแทน
  • มรดกถ้าตรงนี้ไม่มีพินัยกรรม หรือ
  • ผู้รับดอนถ้าเราเคยได้รับแจ้งการมอบหมายอำนาจ

เจ้าของกรมธรรม์ประกันภัยที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลามอาจจะเสนอชื่อเป็นบุคคลธรรมดา (เช่น ตัวแทนที่จะได้รับเงินจากรมธรรม์ประกันที่จะจ่ายเมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิตภายใต้ความคุ้มครองในกรมธรรม์ของเขา สอดคล้องตามมาตรา 166 ของกฎหมายการประกันภัย 1996 ถ้าหากตัวแทนคือคู่สมรส, บุตรหรือบิดามารดา (ในกรณีที่ไม่มีคู่สมรสหรือบุตรอาศัยอยู่ด้วยกันในช่วงเวลาของการเสนอชื่อ) ทรัสต์จะถูกกำหนดขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

ถ้าหากเจ้าของกรมธรรม์คือผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม ตัวแทนจะต้องมีหน้าที่ในฐานะผู้จัดการมรดก เขาอาจจะแจกจ่ายเงินจากรมธรรม์ที่สอดคล้องตามกฎหมายอิสลาม

หากผู้เอาประกันภัยได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเป็นโรคร้ายแรงตามคำนิยามแห่งกรมธรรม์ บริษัทจะจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยของสัญญานี้ให้แก่ผู้เอาประกันภัย

ผู้เรียกร้องจะต้องแจ้งให้บริษัททราบเป็นลายลักษณ์อักษร และส่งหลักฐานการเรียกร้องอันชัดแจ้งตามแบบฟอร์มที่บริษัทกำหนด


ตัวเลือกอะไรที่ฉันสามารถเลือกถ้าหากฉันเกิดปัญหาทางการเงินและไม่สามารถชำระค่าเบี้ยประกันภัย

ก) การกู้อัตโนมัติเพื่อชำระเบี้ยประกันภัย - ในกรณีที่กรมธรรม์มีมูลค่าเวนคืนเงินสดแล้ว และหากคุณเกิดปัญหาทางการเงินซึ่งไม่สามารถจ่ายค่าเบี้ยประกันภัย คุณสามารถรักษากรมธรรม์ให้ยังคงมีผลบังคับโดยเงื่อนไขการกู้อัตโนมัติเพื่อชำระเบี้ยประกันภัย ความคุ้มครองจะยังคงมีผลต่อเนื่องจนกระทั่งมูลค่าเวนคืนเงินสดหมดลง มูลค่าหนี้สินรวมทั้งหมดเกินกว่ามูลค่าเวนคืนเงินสดที่มีซึ่งมีผลทำให้กรมธรรม์ขาดผลบังคับลง จะถือว่ากรมธรรม์ขาดอายุ

ข) หรือ คุณสามารถขอเปลี่ยนกรมธรรม์ประกันภัยเป็น “กรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จ” คือกรมธรรม์มีจำนวนเงินเอาประกันภัยลดลงระยะเวลาคุ้มครองเท่าเดิม หรือ “กรมธรรม์แบบขยายเวลา” คือ กรมธรรม์มีจำนวนเงินเอาประกันภัยเท่าเดิมแต่ระยะเวลาเอาประกันภัยลดลง โดยมีรายละเอียดระบุในเงื่อนไขกรมธรรม์แต่ละฉบับ


ในการวางแผนทางการเงิน ต้องให้ความสำคัญในเรื่องใดบ้าง

มีสิ่งที่ต้องพิจารณา 4 ประการ:

ก) การวางแผนการประกัน - เพื่อตอบสนองความจำเป็นในด้านมั่นคงทางการเงินให้กับตัวคุณเองและคนที่คุณรัก ถ้าเกิดอุบัติเหตุกับคุณและ/หรือคนที่คุณรัก

ข) การวางแผนการลงทุน- วางแผนและกำหนดรายได้และค่าใช้จ่ายของคุณและรับผลประโยชน์ทางการเงินซึ่งเปลี่ยนไปตามการจัดทำบัญชีความเสี่ยงของคุณ

ค) การวางแผนหลังเกษียณอายุ- คือการวางแผนในวัยชราและทำให้มั่นใจว่าคุณจะสามารถเพลิดเพลินกับการใช้ชีวิตอันแสนสะดวกสบายได้อย่างต่อเนื่อง

ง) การวางแผนภาษี- ทำให้มั่นใจว่าชำระภาษีอย่างเหมาะสม โดยไม่ต้องเสียภาษีเป็นจำนวนมาก


ทำไมฉันจำเป็นต้องซื้อประกันชีวิตสำหรับเงินกู้จำนองของฉัน?

ธนาคารทุกแห่งกำหนดให้ผู้จำนองต้องทำประกันชีวิตสำหรับเงินกู้จำนองซึ่งครอบครัวของพวกเขายังคงสามารถอาศัยอยู่ในบ้านแม้ว่าผู้จำนองจะไม่อยู่ด้วยอีกต่อไป เงินเอาประกันของการประกันชีวิตสำหรับเงินกู้จำนองจะใช้ประโยชน์ในการจัดการกับการกู้จำนอง จำนวนที่เกินกว่าเงินกู้จำนองค้างจ่ายจะถูกจ่ายให้กับตัวแทน/มรดก


อะไรคือการโอนสิทธิ์ในการประกันชีวิต?

การโอนสิทธิ์คือการเปลี่ยนสิทธิตามกฎหมายในกรมธรรม์ประกันภัยให้กับบุคคลอื่นตามเงื่อนไขของบริษัท กรมธรรม์ประกันชีวิตสามารถทำการโอนสิทธิได้

การโอนสิทธิสามารถทำให้เสร็จสมบูรณ์ได้โดยการใช้ใบโอนสิทธิที่ได้ลงลายมือชื่อโดยผู้โอนสิทธิ์ (เจ้าของกรมธรรม์) และผู้รับโอนสิทธิ (บุคคลที่จะได้รับสิทธิในกรมธรรม์) ในแบบฟอร์มการโอนสิทธิที่บริษัทของเรา ตรงนี้จะมีค่าภาษีอากรขั้นต่ำและค่าโอนสิทธิ


อะไรคือการกู้เงินเพื่อชำระเบี้ยโดยอัตโนมัติ?

ถ้าไม่ชำระเบี้ยประกันภัยหลังจากครบกำหนดผ่อนผัน 30 วันแล้ว ในกรณีที่กรมธรรม์มีมูลค่าเวนคืนเงินสด จะสามารถรักษากรมธรรม์ให้ยังคงมีผลบังคับได้โดยเงื่อนไขการกู้อัตโนมัติเพื่อชำระเบี้ยประกันภัย ดอกเบี้ยจากการกู้เงินต่างๆ จะถูกคิดคำนวณตามอัตราที่กำหนดในเงื่อนไขกรมธรรม์ ตราบใดที่ยังใช้สิทธิ์ตามมูลค่าเวนคืนเงินสดได้ ผลประโยชน์ตามกรมธรรม์จะยังคงเหมือนเดิม


กรมธรรม์ขาดอายุภายใต้การกู้เงินเพื่อชำระเบี้ยประกันภัย หมายถึงอะไร?

ความคุ้มครองจะยังคงมีผลต่อเนื่องจนกระทั่งมูลค่าเวนคืนเงินสดหมดลง มูลค่าหนี้สินรวมทั้งหมดเกินกว่ามูลค่าเวนคืนเงินสดที่มีซึ่งมีผลทำให้กรมธรรม์ขาดผลบังคับลง กรมธรรม์จะเท่ากับการขาดอายุ


ประเภทการแจ้งเตือนที่ฉันควรได้รับคืออะไร?

บริษัทจะดำเนินการจัดส่งใบแจ้งครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัยล่วงหน้า 28 วันก่อนถึงวันครบกำหนดชำระ ยกเว้นการชำระเบี้ยประกันรายเดือน กรณีที่บริษัทยังไม่ได้รับการชำระเบี้ยหลังวันครบกำหนดชำระ 10 วัน จะดำเนินการส่ง SMS แจ้งเตือนชำระเบี้ย ถ้าไม่ได้ชำระเบี้ยประกันภัยภายใน 31 วันนับแต่วันครบกำหนดชำระ บริษัทจะส่งจดหมายแจ้งกรมธรรม์ขาดผลบังคับสำหรับกรมธรรม์ที่ไม่มีมูลค่าเวนคืนเงินสด สำหรับกรมธรรม์ที่มีมูลค่าเวนคืนเงินสดแล้ว บริษัทจะส่งจดหมายแจ้งเงินกู้อัตโนมัติให้ผู้เอาประกันภัยรับทราบ

ในกรณีที่บริษัทไม่สามารถหักค่าเบี้ยประกันภัยจากบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ บริษัทจะส่ง SMS แจ้งผู้เอาประกันภัย และแนะนำให้ผู้เอาประกันภัยชำระเบี้ยผ่านสาขาของบริษัท หรือผ่านสาขาของธนาคารที่เปิดบริการได้ทั่วประเทศ ถ้าไม่มีการชำระเบี้ยประกันภัยเข้ามาภายในระยะเวลาผ่อนผัน 31 วันนับแต่วันครบกำหนดชำระ ( ในกรณีที่กรมธรรม์ยังไม่มีมูลค่าเวนคืนเงินสด) บริษัทจะส่งจดหมายแจ้งกรมธรรม์ขาดผลบังคับให้ผู้เอาประกันภัย จะจัดส่งรายการกู้มูลค่าเงินเวนคืนเพื่อชำระเบี้ยประกันภัยโดยอัตโนมัติให้ท่านในกรณีที่กรมธรรม์ของท่านมีมูลค่าเงินสดเกิดขึ้น


ลักษณะเฉพาะของตัวแทนของฉันที่คุณต้องการคืออะไร?

ข้อมูลที่ต้องการคือชื่อ, วันเดือนปีเกิด, หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนหรือใบสูติบัตร, ความสัมพันธ์, สัดส่วนที่ได้รับ, และที่อยู่ ข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้องจะช่วยให้เราสามารถดำเนินการพิจารณาค่าสินไหมทดแทนได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น


ทำไมฉันต้องแต่งตั้งทรัสตี?

ถ้าหากคุณไม่ได้นับถือศาสนาอิสลาม และกำหนดชื่อไม่ว่าจะเป็นคู่สมรส/บุตรเป็นตัวแทน หรือถ้าโสดให้ระบุชื่อบิดาหรือมารดาที่ยังมีชีวิตอยู่เป็นตัวแทน คุณจะได้รับคำแนะนำในการกำหนดชื่อทรัสตี บทบาทของทรัสตีคือการบริหารจัดการเงินตามกรมธรรม์สำหรับตัวแทน


ฉันสามารถเปลี่ยนตัวแทน/ทรัสตีของฉันได้อย่างไร?

การระบุชื่อตัวแทนหรือทรัสตีใหม่-ยื่นแบบฟอร์มการแต่งตั้งตัวแทนและทรัสตี (ถ้าหากชื่อตัวแทนที่ระบุไว้คือคู่สมรส/บุตรหรือถ้าโสด ระบุชื่อบิดาหรือมารดาที่ยังคงมีชีวิตอยู่) ซึ่งกรอกข้อมูลอย่างครบถ้วน, ลงลายเซ็นและพยาน

การเปลี่ยนตัวแทนหรือทรัสตี (ร่วมกับตัวแทนหรือทรัสตีเดิม)
ก) ถ้าหากตัวแทนคือคู่สมรส/บุตรหรือถ้าโสดได้ระบุชื่อบิดาหรือมารดาที่ยังมีชีวิตอยู่ การเปลี่ยนไปเป็นตัวแทนที่มีอยู่จะจำเป็นต้องทำการขออนุญาตจากทรัสตีเดิม (ถ้ามี) หรือขออนุญาตจากตัวแทนเดิม (ถ้าไม่มีทรัสตีกำหนดเป็นตัวแทน) รวมกับสำเนาแบบฟอร์มตัวแทนที่กรอกข้อมูลอย่างครบถ้วน, ลงลายเซ็นและพยาน ถ้าหากวัตถุประสงค์คือการเพิ่มชื่อของตัวแทน ตัวแทนเดิมทั้งหมดจำเป็นต้องถูกระบุเอาไว้ในสำเนาของแบบฟอร์มตัวแทนใหม่ทั้งหมด

ข) ถ้าหากความสัมพันธ์ของตัวแทนไมได้ระบุเอาไว้ล่วงหน้าในข้อ ก. สำเนาแบบฟอร์มตัวแทนใหม่ต้องกรอกข้อมูลครบถ้วน, ลงลายเซ็นและพยาน