ในโลกที่ถูกขับเคลื่อนด้วยอินเตอร์เน็ตในปัจจุบันนี้ การสื่อสารสามารถทำได้ง่ายกว่าแต่ก่อน เราสามารถเข้าถึงกลุ่มคนจำนวนมากด้วยเครื่องมือต่าง ๆ ที่ช่วยให้เราสามารถถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดออกไปได้อย่างทันที ต่อผู้คนทั่วโลก ผลที่เกิดขึ้น คือ หลายคนมักพบปัญหาในการติดต่อสื่อสารกันแบบต่อหน้า ไม่มีโอกาสในการฝึกฝนทักษะด้านการสื่อสารเท่าที่ควร

นี่คือ 10 เคล็ดลับง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณกลายเป็นผู้ที่สามารถพูดคุยสนทนาได้อย่างมืออาชีพ มีความสามารถที่จะทลายกำแพงของผู้ฟัง เพื่อเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ใหม่ที่ดีได้อย่างง่ายดาย

1. ฟังเพื่อเข้าใจ ไม่ใช่เพื่อเอาชนะ

Stephen Covey ผู้เขียนหนังสือขายดีอย่าง 7 อุปนิสัยพัฒนาสู่ผู้มีประสิทธิผลสูง ได้กล่าวไว้ว่า “เพราะคนส่วนมากไม่ฟังตรงจุดที่อยากจะอธิบายให้เข้าใจ แต่จะฟังเพื่อจับเอามันมาโต้ตอบเพื่อที่จะเอาชนะ...เท่านั้นเอง” ซึ่งนี่คือข้อสังเกตที่น่าจะมาจากลักษณะท่าทางที่คนส่วนใหญ่แสดงออกมา ในขณะที่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเป็นเช่นนั้น

แทนที่จะมาเสียเวลากับการตอบรับเพื่อเอาชนะหรือถามคำถามต่อไปให้ยืดยาวในขณะที่อีกฝ่ายกำลังพูดอยู่นั้น เราควรที่จะให้ความสนใจฟังอีกฝ่าย แล้วค่อยมีการตอบสนองต่อบทสนทนาเมื่อผู้พูดพูดจบแล้ว วิธีนี้ จะช่วยให้ตัวเราเองเข้าใจในสิ่งที่ผู้พูดพยายามสื่อสารออกมา ขั้นแรกของการเปลี่ยนแปลงตนเองให้เป็นผู้ที่สื่อสารได้ดีเยี่ยม ก็คือ การฟังอย่างตั้งใจนั่นเอง

2. ทุกคนล้วนมีประสบการณ์ที่แตกต่างกันไป

ไม่เปรียบเทียบประสบการณ์ของตนเองกับผู้อื่น หากใครสักคนหนึ่งพยายามบอกกับคุณว่าเขาได้สูญเสียสมาชิกในครอบครัวไป ไม่ควรตอบรับการสนทนานั้นด้วยการพูดถึงการสูญเสียของตัวคุณเอง ถึงแม้ว่าคุณอาจจะรู้สึกว่านั่นคือการแสดงให้เห็นถึงความเห็นอกเห็นใจกัน แต่อาจทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าถูกละเลยหรือเป็นการปฏิบัติต่อประสบการณ์ของผู้อื่นอย่างไม่ให้ความสำคัญ มองเห็นเรื่องของตนเองสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด

ปล่อยให้อีกฝ่ายได้มีช่วงเวลาในการถ่ายทอดความรู้สึก และให้กำลังใจด้วยคำพูดหรือภาษากายแทนจะดีกว่า

3. กำจัดสิ่งรบกวนสมาธิ

การทำงานหลาย ๆ อย่างพร้อมกันถือเป็นความสามารถที่ดีทั้งในวัยเรียน และการทำงาน แต่เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งในระหว่างการสนทนา ควรปลูกฝังนิสัยการวางโทรศัพท์มือถือลงและทำจิตใจให้ปลอดโปร่งเพื่อไม่ให้เกิดความคิดฟุ้งซ่านในขณะที่สนทนากับผู้อื่น

การที่เราทำหลายอย่างในเวลาเดียวกันและปล่อยให้จิตใจคิดเรื่องต่าง ๆ นานา ในขณะที่พูดคุยกับสมาชิกในครอบครัวและเพื่อน ๆ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่แปลกอยู่พอสมควร ต่อจากนี้ไป ควรมีสมาธิและมุ่งมั่นกับการสนทนากับพวกเขาดีกว่า!

4. ตั้งใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

หากคุณทำจิตใจให้ปลอดโปร่ง ปราศจากสิ่งรบกวนแล้วล่ะก็ ให้มุ่งมั่นตั้งใจกับบทสนทนาและสถานการณ์ตรงหน้า! เพราะถึงแม้ว่าเราจะไม่ฟุ้งซ่านไปกับสิ่งเร้าภายนอก แต่หลายคนก็ยังคงสามารถที่จะเหม่อลอยและหลุดจากความตั้งใจในบทสนทนานั้น ๆ

เราอาจจะรู้สึกผิดว่ามัวแต่ไปสนใจในแบบเสื้อที่คู่สนทนาสวมใส่ หรือมัวแต่สอดแทรกการพูดของอีกฝ่ายด้วยคำว่า “อืม” “อย่างเช่น”  หยุดสิ่งที่ทำลายสมาธิเหล่านี้ แล้วหันมาให้ความสนใจในสิ่งที่ผู้พูดได้พูดออกมา ทำให้อีกฝ่ายเห็นว่าคุณเป็นนักสนทนาอย่างมืออาชีพ

5. อธิบายรายละเอียดให้มากขึ้น

ใช้การเปรียบเทียบขั้นสูงสุดเมื่อต้องการบรรยายประสบการณ์หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน วิธีนี้จะทำให้คุณเป็นนักเล่าเรื่องที่น่าติดตาม เพราะผู้ฟังจะรู้สึกถึงพลังความคิดในด้านบวกจากการรับฟังการสนทนาของคุณ

ยกตัวอย่างเช่น แทนที่จะพูดว่า “ดื่มเบียร์กัน” คุณก็สามารถพูดว่า “นี่คือเหยือกของน้ำกล้าหาญ!” ประดิษฐ์คำพูดที่ใช้ในการสนทนาด้วยวลีที่แฝงไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก แล้วคุณจะได้เห็นว่าผู้ฟังของคุณสนุกสนานไปกับสิ่งที่คุณพูดออกไปมากมายทีเดียว!

6. ควบคุมความเร็วในการพูด

ในบางสถานการณ์ เราอาจจะต้องเร่งรีบในการพูดหรืออาจต้องสะดุดหากรวบรัดคำพูดให้สั้นลง สิ่งนี้มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในบางสถานการณ์หรือเมื่อมีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง! นอกจากนี้ เมื่อหลายคนพยายามพูดรวบรัดตัดความให้สั้นลงนั้น น้ำเสียงที่ออกมาอาจแปลกไปจากรูปแบบปกติโดยไม่ได้ตั้งใจอีกด้วย ซึ่งอาจเป็นเหตุทำให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกเบื่อ แล้วเหมือนกับการ “ดับเครื่อง” โดยที่ผู้พูดไม่รู้ตัว

ผู้สนทนาที่ดีควรเปลี่ยนระดับความเร็ว สามารถปรับระดับความเร็ว – ช้า เพื่อสร้างความสนใจให้กับผู้ฟัง ในโอกาสต่อไปในการพูดคุยสนทนากับเพื่อน ๆ ลองพูดให้ช้าลงขณะที่กำลังพูดถึงเรื่องสำคัญ หรือสอดแทรกช่องว่างระหว่างการพูด เพื่อให้อีกฝ่ายได้มีโอกาสตอบรับ

7. ตั้งคำถามด้วยคำถามปลายเปิด

การตั้งคำถามปลายเปิด ถือเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยให้การสนทนาเป็นไปอย่างยอดเยี่ยม เหมือนอย่างเช่นถามว่า “งานเป็นอย่างไรบ้าง?” ก็เหมือนจะเป็นคำถามแบบมาตรฐานทั่วไป ที่จะได้คำตอบว่า “ก็ดีนะ”  ลองเปลี่ยนมาเป็นการจดจำเรื่องที่อีกฝ่ายได้กล่าวถึงไว้ในการสนทนาก่อนหน้านี้เกี่ยวกับประสบการณ์ในสำนักงานแล้วถามเขาไปว่า “คุณบอกกับฉันไว้ว่าทีมของคุณจะมีหัวหน้าใหม่ แล้วตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?”

หากไม่รู้จะเริ่มการสนทนาอย่างไร ลองถามไปว่า “เขาแต่งตั้งให้เธอเป็น CEO แล้วหรือยัง?” หรือ “ถ้างั้น ทำงานหนักขนาดนี้ แล้วช่วงนี้คุณมีโอกาสได้เห็นพระอาทิตย์บ่อยแค่ไหน?” เป็นคำถามเชิงหยอกล้อแบบตัวอย่างที่กล่าวไว้ ถามถึงสิ่งที่คุณต้องการทราบเกี่ยวกับอีกฝ่าย อีกทั้งยังเป็นการเบี่ยงเบนไปหากหัวข้อการสนทนาเป็นหัวข้อที่จริงจังหรือรุนแรง

8. เตรียมพร้อมที่จะซึมซับ

Bill Nye นักวิทยาศาสตร์และผู้ดำเนินการรายการโทรทัศน์ ได้กล่าวไว้ว่า “ทุกคนที่คุณจะได้พบเจอ ล้วนแต่รู้อะไรบางอย่างที่คุณไม่รู้” คำกล่าวนี้ ถือเป็นคำกล่าวที่ชาญฉลาดอย่างมาก ในมุมมองของการสนทนากับใครสักคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ได้พูดคุยกันเป็นครั้งแรก ทุกบทสนทนาควรเริ่มต้นด้วยใจที่เปิดกว้างและเต็มไปด้วยความพร้อมที่จะเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

ความพร้อมในการเรียนรู้ รวมถึงความคิดอุปาทานและความคิดในขณะที่ยอมรับมุมมองของผู้อื่น การตั้งคำถามอย่างตรงประเด็น ในการตอบรับในเรื่องที่เขา/เธอพูด เป็นสิ่งที่จะสามารถแสดงออกถึงความสนใจต่อบทสนทนาอย่างแท้จริง และนำไปสู่การตอบสนองต่อกันและกันทั้งสองฝ่าย

9. ไม่เกี่ยวกับเรื่องของตัวคุณเอง

เว้นแต่คุณเป็นคนที่ถูกตั้งคำถาม ให้หลีกเลี่ยงการมีอำนาจเหนือการสนทนาด้วยการพูดถึงแต่ประสบการณ์ เรื่องราวของตัวเอง และการโอ้อวดเกี่ยวกับความสำเร็จของญาติพี่น้องของคุณ ยกตัวอย่างเช่น หากใครสักคนบอกกับคุณเกี่ยวกับการเลื่อนตำแหน่งล่าสุด ก็ควรจะแสดงความยินดีต่อพวกเขาอย่างจริงใจและแสดงให้เห็นถึงความสนอกสนใจด้วยการสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ หลีกเลี่ยงการพยายามในการทำให้ผู้อื่นดูธรรมดาด้วยการหยิบยกสภาพแวดล้อมการทำงานของตัวเอง ให้เน้นย้ำกับเขาว่าเขาเองก็ควรได้รับการเลื่อนตำแหน่งด้วยเช่นกัน

การเบนความสนใจไปยังความสำเร็จของตัวเองขณะที่ใครสักคนกำลังบอกเล่าให้คุณฟังเกี่ยวกับเรื่องของเขา ไม่ก่อให้เกิดความน่านับถือในตัวคุณ ควรปล่อยให้อีกฝ่ายได้มีช่วงเวลาในการเจิดจรัสและแสดงความยินดีไปกับพวกเขาดีกว่า

10. ภาษากาย

สิ่งสุดท้าย แต่ทว่าสำคัญที่สุด ซึ่งนับว่าเป็นเครื่องมือที่ควรเพิ่มเติมเข้าไปในบทสนทนาอย่างชำนิชำนาญของข้อความที่คุณต้องการเอ่ยถึงแบบที่ไม่สามารถอธิบายออกมาได้  การแสดงภาษาร่างกายของคนเรานับว่าเป็นสิ่งที่ดีในการแสดงออกสำหรับการแสดงออกถึงความรู้สึกว่าเรารู้สึกอย่างไร และรับรู้ถึงความรู้สึกของผู้อื่นอีกด้วย

เริ่มต้นด้วยการเผชิญหน้าโดยตรงกับอีกฝ่าย หัวไหล่, ลำตัว และนิ้วเท้า ควรหันเข้าหาคู่สนทนาของคุณ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการสนทนาอย่างเต็มเปี่ยม สบตาคู่สนทนา แต่ก็ไม่ควรสบตาจนกลายเป็นการจ้องเกร็ง ซึ่งอาจทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัดได้ การใช้ภาษามือเพื่อแสดงและเน้นจุดสำคัญที่ช่วยโน้มน้าวอีกฝ่ายอย่างน่าเชื่อถืออีกด้วย

คิดถึงเรื่องที่จะพูดราวกับว่าเป็นข้อมูลดิบ แล้วใช้ภาษากายในการเพิ่ม “อรรถรส” แก่ผู้ฟัง!

การสนทนาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการสนทนาเพื่ออาชีพหรือส่วนบุคคล การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นทักษะการเข้าสังคมที่จำเป็นและควรได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้คุณก็เปรียบเหมือนมีอาวุธสำคัญที่จะช่วยเป็นส่วนหนึ่งในการนำพาคุณไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่!

หากใครมีเคล็ดลับดี ๆ เกี่ยวกับวิธีที่จะทำให้การสนทนาดีกว่าเดิม แสดงความคิดเห็นมาให้เรารับทราบได้เลย!

การเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก

เว็ปไซต์ นี้มีการเชื่อมโยงกับเว็ปไซต์ซึ่งมีบุคคลภายนอกเป็นเจ้าของและผู้ดำเนินการ  ทั้งนี้ เป็นเพียงการอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านเท่านั้น

กลุ่ม บริษัทโตเกียวมารีนประกันภัยจึงไม่มีอำนาจ ควบคุม รับรอง รับประกัน หรือยืนยันความถูกต้อง ความเหมาะสม ความน่าเชื่อถือหรือรับผิดชอบในเนื้อหาข้อมูลใดๆที่ปรากฎในเว็บไซต์ของบุคคล ภายนอก

กลุ่มบริษัทโตเกียวมารีนประกันภัยมิได้มีส่วน เกี่ยวข้องไม่ว่าในลักษณะใด ๆ กับเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก และไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆที่เกิดขึ้นจากการเข้าชมเว็ปไซต์ของบุคคล ภายนอก