ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคำพูดมีอิทธิพลต่ออารมณ์ความรู้สึกและความสุขของเด็กมากแค่ไหน ในขณะที่พ่อแม่ต่างให้ความพิถีพิถันในการเลือกสรรคำพูดมาพูดคุยกับบุตรหลานที่บ้าน แต่ก็ไม่สามารถควบคุมในสิ่งที่ผู้อื่นพูดได้เลย

พ่อแม่จะสามารถช่วยเตรียมพร้อมให้กับลูกในการเผชิญหน้ากับคำพูดที่ไม่พึงประสงค์ หรือสำคัญไปกว่านั้นคือจะแก้ไขคำพูดที่ทำร้ายลูกไปแล้วได้อย่างไร?

ตอนนี้พ่อแม่ของเธอไม่อยู่ เพราะฉะนั้นฉันจะสอนบทเรียนให้กับเธอ

หากคนแปลกหน้าเป็นผู้ดูแลบุตรหลานของคุณ มันจะกลายเป็นการกรัดกร่อนอัตตาและความมั่นใจของลูก อีกทั้งยังถือเป็นประสบการณ์ที่น่ากลัวเพราะคนแปลกหน้าจะไม่ค่อยใส่ใจในการระมัดระวังคำพูดที่ใช้พูดกับเด็กจนอาจทำให้เด็กมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมได้

สิ่งที่คุณสามารถทำได้:

รับทราบความรู้สึกของลูกโดยการสอบถามพูดคุยกันถึงสถานการณ์ ให้ลูกได้มีโอกาสแสดงอารมณ์ความรู้สึก ช่วยเขาด้วยการอดทน รับฟังแทนที่จะไปพยายามเร่งรัด เมื่อลูกของคุณใจเย็นลงแล้ว ถามถึงวิธีที่พวกเขาอาจทำได้ดีกว่านี้แทน ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยให้เพวกเขาได้ระลึกว่าเขาได้ทำผิดในเรื่องใดบ้าง

หากลูกถูกว่ากล่าวอย่างผิดพลาด ให้อธิบายให้ลูกเข้าใจว่าคนแปลกหน้านั้นไม่เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดทำให้ทำผิดพลาดเช่นนี้ ซึ่งจะเป็นการสลายความไม่พอใจที่มีสะสมอยู่ และสอนให้ลูกรู้จักความสำคัญของการให้อภัยซึ่งกันและกัน 

ฉันจะไปฟ้องแม่ของเธอ! 

ประโยคนี้ถือเป็นประโยคที่น่ากลัวและอาจทำให้เด็กอยู่ในอาการหวาดกลัว ก่อให้เกิดสภาวะที่ส่งผลให้สุขภาพไม่แข็งแรงมาจากความกลัว ในระยะกลางถึงระยะยาว ลูกของคุณอาจพัฒนาปัญหาความวิตกกังวลนี้และสูญเสียความมั่นใจในการพูดแสดงความคิดได้

สำหรับที่โรงเรียน นักเรียนอาจใช้ประโยคนี้ในการพูดเพื่อลงโทษรุ่นน้องหรือเพื่อน ๆ กันเอง

สิ่งที่คุณสามารถทำได้:

ทำให้ลูกของคุณรู้ว่าคุณจะรับฟังและรักเขาถึงแม้ว่าเขาจะประพฤติปฏิบัติไม่เหมาะสมก็ตาม สิ่งที่สำคัญคือต้องมั่นใจว่าลูกได้เรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเขาเองและก้าวเดินต่อไปข้างหน้า

หากลูกของคุณถูกกลั่นแกล้ง ให้สอนเขาว่าควรตอบสนองอย่างไรที่จะสามารถนำไปใช้ในอนาคตได้

หมายเหตุ: วิธีตอบกลับที่ดีที่สุดเมื่อถูกกลั่นแกล้งคือไม่ต้องไปสนใจคนที่มาแกล้ง คนพวกนั้นก็จะรู้ว่าไม่สามารถกระตุ้นให้ผู้ถูกกลั่นแกล้งตอบสนองเขาได้พวกเขาก็จะเบื่อไปเอง หากในกรณีที่รุนแรงกว่านี้ ควรพูดคุยกับคุณครูเพื่อระงับเหตุการณ์ไม่ให้เป็นปัญหาบานปลายใหญ่โต 

ห้ามพูดคุยกับคนแปลกหน้า!

เด็กไม่สามารถแยกแยะได้เสมอว่าคนแปลกหน้าคนไหนอันตรายจากรูปลักษณ์หน้าตาภายนอก นอกเหนือจากคำสั่งสำหรับพวกเขา การให้ความรู้ทักษะกับลูก นับว่าเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้ลูกของคุณปลอดภัยจากคนแปลกหน้าได้

สิ่งที่คุณสามารถทำได้:

พูดคุยหารือเกี่ยวกับสถานการณ์กับพวกเขาและชี้ให้เห็นถึงประเภทบุคคลที่ควรพึงระวังก่อนที่จะสอนว่าพวกเขาควรปฏิบัติตนอย่างไร

ตัวอย่าง เช่น คนแปลกหน้าอาจเข้ามาถามที่อยู่หรือเบอร์โทรศัพท์จากลูกเพื่อทำการส่งพัสดุไปให้กับพ่อแม่ คุณควรบอกให้ลูกทราบว่าในกรณีเช่นนี้ ควรที่จะไม่โต้ตอบคนนั้นและเดินหนีออกมาแทนการเปิดเผยข้อมูลกับคนแปลกหน้านั้น

ตรวจสอบบริเวณบ้านกับลูกของคุณเพื่อให้พวกเขาสามารถจำเส้นทางและสามารถเปลี่ยนเส้นทางการกลับบ้านได้ในกรณีที่เผชิญหน้ากับผู้ต้องสงสัย แนะนำบริเวณที่พวกเขาสามารถขอความช่วยเหลือ เช่น สถานีตำรวจ โทรศัพท์สาธารณะ และเพื่อนบ้านที่ไว้ใจได้ 

พ่อแม่รักลูกคนไหนมากกว่ากัน?

ประโยคนี้อาจทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจและข้อสงสัยกับลูกของคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพวกเขาได้ยินซ้ำแล้วซ้ำเล่า อีกทั้งยังอาจทำให้พี่น้องเกิดความอิจฉากันเอง ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง

สิ่งที่คุณสามารถทำได้:  

ตระหนักถึงอคติใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นแล้วลดอคตินั้นลงให้ได้มากที่สุด วิธีที่ดีที่สามารถทำได้คือการพูดคุยกับลูกของคุณถึงความแตกต่างในการแสดงความรักและทำไมคุณถึงให้ความสนใจกับพี่น้องคนอื่นมากกว่า

ตัวอย่าง คือ สำหรับเด็กวัยหัดเดิน พวกเขาต้องการความสนใจจากพ่อแม่มากเนื่องจากเขายังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ให้ลูก ๆ ของคุณมีส่วนร่วมในการดูแลพี่น้อง เพื่อให้พวกเขาเข้าใจถึงระดับความสนใจที่แตกต่างกันได้ดียิ่งขึ้น 

เปรียบเทียบลูกกับเพื่อนของเขา

เมื่อลูกของคุณได้ยินคำเปรียบเทียบที่ถือว่าเป็นการวิพากษ์วิจารณ์พวกเขาทางอ้อม อาจปลูกฝังความรู้สึกด้อยค่าในตนเองให้กับลูกและลดระดับความมั่นใจในตัวเองของลูกลง ลูกจะกลายเป็นเด็กที่ขี้หงุดหงิดเมื่อพวกเขาถูกเปรียบเทียบกับเพื่อนของเขาเองอีกด้วย

สิ่งที่คุณสามารถทำได้:  

เรียนรู้ว่าเด็กแต่ละคนมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง ควรส่งเสริมให้ลูกได้มุ่งเน้นไปว่าตัวเขามีข้อดีอย่างไร และให้พวกเขาเปิดใจยอมรับข้อดีของเพื่อนมาปฏิบัติด้วย เปิดโอกาสให้พวกเขาได้สร้างความเข้มแข็ง เช่นการจัดซื้อผ้าและแปรงระบายสีหากพวกเขาต้องการแสดงความเป็นศิลปินในตัวเขา หรือให้เขาได้สมัครเรียนกีตาร์หากพวกเขารักในเสียงดนตรี

คุณยังสามารถใช้โอกาสนี้ในการความเข้าใจความอิจฉากันเองของพี่น้องที่อาจมีอยู่ ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยให้คุณสามารถดำเนินการแก้ไขในส่วนนี้ได้อีกทางหนึ่ง

ในท้ายที่สุดแล้ว พ่อแม่เองก็คือบุคคลที่มีอิทธิพลต่ออารมณ์ความรู้สึกของลูกมากที่สุด และควรใช้โอกาสนี้ให้เกิดประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตและการเรียนรู้ของลูก หลักเกณฑ์ที่ดีในการอบรมระเบียบวินัยให้กับลูก ก็คือ ให้ความรักกับเขา ไม่ใช่ความกลัว

ในขณะที่ทำการควบคุมคำพูดที่มีผลต่อการรับฟังของลูกตามวิธีต่างๆ ด้านบนแล้ว การจัดการวิธีการตอบสนองและส่งเสริมให้เขารู้จักการใช้บทสนทนาเชิงบวกจะสามารถช่วยลดความวิตกกังวลและนำไปสู่การพัฒนาโดยรวมของลูก ๆ ได้อย่างแน่นอน

การเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก

เว็ปไซต์นี้มีการเชื่อมโยงกับเว็ปไซต์ซึ่งมีบุคคลภายนอกเป็นเจ้าของและผู้ดำเนินการ  ทั้งนี้ เป็นเพียงการอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านเท่านั้น

กลุ่มบริษัทโตเกียวมารีนประกันภัยจึงไม่มีอำนาจ ควบคุม รับรอง รับประกัน หรือยืนยันความถูกต้อง ความเหมาะสม ความน่าเชื่อถือหรือรับผิดชอบในเนื้อหาข้อมูลใดๆที่ปรากฎในเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก

กลุ่มบริษัทโตเกียวมารีนประกันภัยมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าในลักษณะใด ๆ กับเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก และไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆที่เกิดขึ้นจากการเข้าชมเว็ปไซต์ของบุคคลภายนอก