เจ้าของธุรกิจจำเป็นต้องหาหนทางอย่างต่อเนื่องท่ามกลางสภาพการณ์ที่ไม่แน่นอน รักษาให้คงไว้ซึ่งรายได้และการประมาณการค่าใช้จ่ายเพื่อให้มั่นใจว่าได้มีการดูแลสภาพการณ์ต่อเนื่องขององค์กร

ผู้ดำเนินธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในการรักษาต้นทุนให้ต่ำ อาจจะกำลังมองหาขั้นตอนต่อไปเพื่อนำพาให้ธุรกิจเติบโตขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจากการแสวงหาเงินทุนจากนักลงทุนเพื่อเร่งการเจริญเติบโต และเข้าสู่ขั้นของการทำกำไรที่สูงขึ้น ก่อนอื่น อย่างไรก็ดี สิ่งที่จะเป็นคือ การสร้างแพคเกจเพื่อดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนที่จะเป็นตัวโน้มน้าวให้นักลงทุนเชื่อมั่นในศักยภาพขององค์กร

1. การสร้างสไลด์นำเสนอ

ก่อนที่จะเริ่มทำการหารือกับนักลงทุน สิ่งที่ควรปฏิบัติคือการเตรียมความพร้อมการนำเสนอที่กระชับ รัดกุมเกี่ยวกับธุรกิจและข้อแตกต่างจากคู่แข่งขัน

การนำเสนอควรมีโครงสร้างดังนี้:

  • สไลด์สรุปในระดับสูง (ไม่เกิน 2  สไลด์)

    • สาระสำคัญของรายละเอียดส่วนนี้ คือเรื่องราวและเหตุผลในการดำเนินธุรกิจของคุณ

  • ระบุปัญหา (2 – 3 สไลด์)

    • อะไรที่ไม่สมบูรณ์ หรือ “ไม่มีผลสำเร็จ”? ปัญหาอะไรที่มีอยู่ที่ธุรกิจคุณได้ดำเนินการแก้ไขแล้ว? จัดเตรียมตัวอย่างตามความเป็นจริงเพื่อแสดงให้เห็นคุณค่าและความเข้าใจในศักยภาพของตลาด

  • แนะนำผลิตภัณฑ์ของคุณ (2 – 3 สไลด์)

    • ระบุแนวทางในการแก้ไขปัญหาในระดับสูง ตามด้วยการกำหนดค่าต้นทุนกับข้อเสนอที่แตกต่าง ระบุองค์ประกอบอันเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้คุณไม่เหมือนกับคู่แข่งทางธุรกิจอื่น

  • กลยุทธ์การตลาด (2 สไลด์)

    • แสดงให้เห็นกลยุทธ์ทางการขายของคุณและแสดงให้เห็นวิธีการต่าง ๆ ที่จะนำพาคุณไปสู่ตลาดที่กล่าวมาข้างต้นและตอบสนองพวกเขาได้อย่างไร

  • ทีมงาน (1 – 2 สไลด์)

    • แนะนำทีมงานอันยอดเยี่ยมของคุณโดยเน้นจุดแข็งของพวกเขา ในขณะที่ผลิตภัณฑ์มีความสำคัญนั้น การได้รับรู้ถึงทีมงานก็ถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับนักลงทุน ที่จะทำให้นักลงทุน เพราะบางครั้งนักลงทุนอาจตัดสินทีมงานด้วยทัศนคติของพวกเขาเองได้ นอกจากนี้ยังสามารถแสดงให้เห็นถึงทัศนคติของสตาร์ทอัพเพื่อเพิ่มคุณค่าในธุรกิจของคุณเองอีกด้วย

  • การเงิน (1 สไลด์)

    • ประกอบด้วยการพิจารณารายได้และค่าใช้จ่ายประมาณการเพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือของคุณและแสดงให้เห็นความสามารถในการวางแผนอีกด้วย แม้ว่าจะเป็นตั้งแต่จุดเริ่มต้นหรือขั้นตอนต้นของการจัดตั้ง  การคาดการณ์เช่นนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในภาพรวมและสามารถเป็นแรงบันดาลใจสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนที่อาจสร้างกำแพงปิดกั้นธุรกิจของคุณมาก่อน

  • ภาพรวม (ทุกสไลด์)

    • พิจารณาน้ำเสียงในการถ่ายทอดและเตรียมไว้ให้กับผู้ฟัง เตรียมทำการบ้านด้วยการศึกษาข้อมูลการลงทุนในอดีตของนักลงทุนที่เราทำการนำเสนอ และประมาณการภาพรวมประเภทของการขายความสำเร็จของสตาร์ทอัพที่ควรเตรียมไว้นำเสนอให้กับนักลงทุนนั้น ความเข้าใจนี้จะช่วยให้คุณสามารถนำเสนอได้อย่างชัดเจนและทำให้การนำเสนอตรงกับเป้าหมายของนักลงทุนที่มารับฟังได้ดี 

2. การติดต่อด้วยหัวใจและสมอง

เมื่อทำการนำเสนอที่คุณเตรียมมาอย่างดีนั้น ควรระมัดระวังในระดับต่าง ๆ ในสิ่งที่คุณคาดหวังจะสื่อสารกับนักลงทุน ซึ่งคุณเป็นผู้เล่าเรื่องราวของคุณ ปรับบทสนทนาให้เชื่อมโยงกับระดับอารมณ์ ควรแน่ใจว่าปัญหาที่คุณจะอธิบายมีความเกี่ยวข้องกัน สร้างแรงบันดาลใจ และชี้ชัดถึงความต้องการในตลาดปัจจุบัน เพื่อเป็นการนำเสนอที่ชัดเจน เห็นภาพได้ชัด ควรพิจารณาอ้างอิงจากบทความหรือข่าวอุตสาหกรรมที่ได้มีการตีพิมพ์ออกมา

วางตำแหน่งตัวคุณเองในฐานะผู้แก้ปัญหาที่มองเห็นการแก้ปัญหาที่มีอยู่เป็นเรื่องสำคัญที่สุดและจะทำให้ธุรกิจง่ายขึ้นกับลูกค้าของคุณ เสน่ห์ของการนำเสนอในส่วนแรกจะสร้างความแตกต่างของธุรกิจของคุณกับผู้ประกอบการรายอื่น เพราะเป็นการพรรณนาความมุ่งมั่น เสน่ห์ ความเชื่อ และจิตวิญญาณในความเชื่อว่าต้องทำได้ของธุรกิจคุณ

ตอนนี้ คุณก็ได้สร้างการเชื่อมต่อกับอารมณ์ การเชื่อมต่อของงานกับโลกแห่งความจริงกับการปรับแต่งและตัวเลขที่ “ยาก”

ใช้รูปภาพที่ชวนสนุกสนาน และดึงดูดความสนใจ แต่จำไว้ว่าเป็นการดึงดูดความสนใจให้กับธุรกิจในความแข็งแกร่ง จับคู่กับกลยุทธ์การกระจายยอดขายที่แข็งแกร่งของคุณ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ประกอบการในการประเมินระดับความสำคัญของแนวทางการแก้ไขปัญหา และแสดงเปรียบเทียบให้เห็นการแข่งขันอย่างชัดเจน ดึงดูดความสนใจให้ผู้ลงทุนต้องการร่วมทุนด้วย

3. ฝึกซ้อมการนำเสนอของคุณ

การนำเสนอครั้งนี้ ก็เหมือนกับการเดินเข้าสู่เวทีในฮอลล์การแสดงขนาดใหญ่ ซึ่งก็คือ “ฝึกฝน ฝึกฝน และฝึกฝน” การนำเสนอที่ประสบความสำเร็จจะต้องมีการฝีกฝนหลาย ๆ ครั้ง  การรู้ถึงธุรกิจและตลาดเป็นอย่างดีนั้นไม่เพียงพอที่จะการันตีได้ว่าสามารถนำเสนอออกมาได้ดี สำหรับนักลงทุนที่มีตารางนัดหมายที่ค่อนข้างมาก ก็อาจเกิดความผิดหวังหากต้องรับฟังการนำเสนอที่ยาวนานเกินเวลา

เพื่อให้มีการเตรียมตัวสำหรับการนำเสนออย่างเพียงพอ ควรเตรียมรูปแบบต่าง ๆ ในการนำเสนอขาย เริ่มต้นโดยการนำเสนอวัตถุประสงค์โดยรวมภายใน 30 วินาที เพื่อดึงดูดความสนใจจากนักลงทุน ผลสูงสุดที่อาจเกิดขึ้น คือนักลงทุนอาจกล่าวว่า “อืม คุณบอกผมเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ไหม” เตรียมการรับมือกับปฏิกิริยาตอบรับจากนักลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้สามารถดำเนินการนำเสนอได้อย่างประสบผลสำเร็จ

สร้างการนำเสนอลำดับที่สองที่สามารถใช้เวลาในการนำเสนอภายใน 3 – 5 นาที โดยควรมี “เนื้อหา” มากกว่าส่วนแรก แต่คงไว้ซึ่งสร้างความสนใจต่อผู้ฟัง และเตรียมเวลาไว้เผื่อสำหรับคำถามจากนักลงทุน หากมีจุดที่คุณต้องการข้ามไป  ให้กล่าวอ้างอิงถึงการนำเสนอและเทคนิคการนำเสนอเพื่อให้ผู้ฟังต้องการถามคำถามที่คุณพร้อมที่จะตอบคำถาม

วิธีการโต้ตอบนี้ จะสร้างความมั่นใจกับนักลงทุนว่าคุณสามารถตอบคำถามได้อย่างสบาย และเป็นแรงบันดาลใจในความเชื่อมั่นในการแก้ปัญหาที่คุณนำเสนอ

ฝึกฝนการนำเสนอขั้นแรกและส่วนที่สองให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะได้กับเพื่อนร่วมงานและครอบครัว  แล้วให้พวกเขาวิจารณ์ผลตอบรับการนำเสนอของคุณเพื่อชี้แนะข้อควรปรับปรุง หรือเพิ่มเติมความกระจ่างเกี่ยวกับธุรกิจของคุณให้มากขึ้น

4. คิด “เฉพาะที่จำเป็น” และขออนุมัติเพียงทรัพยากรที่ครอบคลุมกับแผนปฏิบัติงานระยะต่อไป โดยไม่มากไปกว่านั้น

ส่วนหนึ่งของการนำเสนออย่างสมเหตุสมผลเกี่ยวกับเป้าหมายและความสำเร็จโครงการของคุณ คือเพื่อการระบุถึงแผนงานต่อไปและแสวงหาการลงทุนสำหรับแผนงานนั้น  ขณะที่อาจเป็นการดึงดูดเพื่อขายวิสัยทัศน์ในวงกว้างของธุรกิจหลายล้านบาท นักลงทุนอาจไม่ต้องการจะรับภาระหน้าที่ระยะยาว หรืออย่างน้อยก็ภายหลังจากการนำเสนอเริ่มแรก

ถามตัวคุณเองว่า “อะไรคือทรัพยากรขั้นต่ำที่งานจำเป็นต้องใช้ในขณะนี้เพื่อให้สามารถก้าวสู่ระดับต่อไปได้” นี่คือจำนวนที่คุณอาจจะต้องแสวงหาจากการนำเสนอต่อนักลงทุน

ยืนหยัดในความอนุรักษ์นิยม การประมาณการอย่างสมเหตุสมผลขณะที่พูดกับนักลงทุนและข้อเสนออื่น ๆ ที่อาจจะดึงดูดความสนใจให้กับนักลงทุนได้พิจารณา 

5. แสดงให้เห็นทางออก

ขั้นตอนสุดท้ายในการเตรียมการเพื่อการประชุมกับนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ คือการให้พวกเขามีกลยุทธ์ทางออกที่แข็งแกร่ง ขณะที่อาจจะดูเหมือนเป็นเพียงการหารือบทสรุปก่อนที่ความสัมพันธ์จะเริ่มต้นขึ้น กลยุทธ์ทางออกที่ชัดเจนมักเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการตัดสินใจจากการนำเสนอที่ดี

สตาร์ทอัพหรือผู้ประกอบการส่วนใหญ่ มักให้ความสนใจกับผลิตภัณฑ์ของพวกเขาที่มีปัญหาในด้านความเข้าใจว่านักลงทุนอาจต้องการทางออกในการตัดสินใจ

ซึ่งจะช่วยในการมุ่งมั่นพยายามโดยการระบุความต้องการของนักลงทุน แทนที่จะแสวงหาการพัฒนาทางการเชื่อมต่อทางอารมณ์ของทีมงานของคุณและผลิตภัณฑ์ นักลงทุนจะมุ่งเน้นเพียงการสร้างเม็ดเงินในระยะเวลาอันสั้น ระยะเวลาที่ดี คือช่วงระยะเวลา 5 ปี ซึ่งโดยทั่วไปเป็นที่ยอมรับว่าอยู่ในระยะปลอดภัยในการตั้งสมมติฐานความเสี่ยง สังเกตการเจริญเติบโตและคาดหวังผลตอบแทนที่ดีต่อธุรกิจในทางตอบแทน

ดังนั้น แผนงานและการนำเสนอของคุณควรจะมีการออกแบบอย่างแน่ชัดเพื่อตอบคำถามที่ว่า “งานนี้จะสามารถสร้างเงินจำนวนมหาศาลในระยะเวลา 5 ปีได้อย่างไร?”

การพูดกับนักลงทุนสามารถทำให้เกิดอาการเกร็งได้ แต่การเตรียมความพร้อม และการฝึกฝนสามารถเสริมสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองและเสริมความมุ่งมั่นในเป้าหมาย ควรจำไว้ว่า การขับเคลื่อนการขายที่มีเสน่ห์ เกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์ ที่สามารถสร้างความแตกต่างระหว่าง "ไม่ ขอบคุณครับ" และ "เล่าให้ฟังเพิ่มอีกสิครับ” จากนักลงทุน ให้ความสำคัญกับเรื่องที่กล่าวมาข้างต้นและธุรกิจของคุณจะสามารถสร้างเงินทุนจากนักลงทุนที่จะช่วยเร่งการเติบโตของธุรกิจอย่างก้าวกระโดด!  

การเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก

เว็ป ไซต์ นี้มีการเชื่อมโยงกับเว็ปไซต์ซึ่งมีบุคคลภายนอกเป็นเจ้าของและผู้ดำเนินการ  ทั้งนี้ เป็นเพียงการอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านเท่านั้น

กลุ่ม บริษัทโตเกียวมารีนประกันภัยจึงไม่มีอำนาจ ควบคุม รับรอง รับประกัน หรือยืนยันความถูกต้อง ความเหมาะสม ความน่าเชื่อถือหรือรับผิดชอบในเนื้อหาข้อมูลใดๆที่ปรากฎในเว็บไซต์ของบุคคล ภายนอก

กลุ่มบริษัทโตเกียวมารีนประกันภัยมิได้มีส่วน เกี่ยวข้องไม่ว่าในลักษณะใด ๆ กับเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก และไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆที่เกิดขึ้นจากการเข้าชมเว็ปไซต์ของบุคคล ภายนอก