การติดต่อสื่อสารถือเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างเสริมสัมพันธ์ภาพที่ดี

ในขณะที่หลายคนเลือกที่จะถ่ายทอดข้อความด้วยคำพูดที่คัดสรรมาอย่างระมัดระวัง แต่บางครั้งก็อาจถูกตีความเป็นความหยาบกระด้างหรือเป็นคำวิจารณ์ก็ได้

เมื่อมีโอกาสการพัฒนาทักษะการติดต่อสื่อสารที่ดี ย่อมมีโอกาสให้เราปรับปรุงเสมอ เคล็ดลับต่อไปนี้อาจช่วยคุณได้!

ขณะที่กำลังโกรธใครสักคน

ผู้เริ่มบนสนทนาที่ดีสามารถเปลี่ยนสถานการณ์ให้ดีขึ้นได้  ทำลายกำแพงน้ำแข็งด้วยคำพูดว่า “เกิดอะไรขึ้นหรือ” ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ถือเป็นการแสดงถึงความห่วงใยความรู้สึกผู้อื่นมากกว่าตนเอง หลักการทั่วไป คือ หลีกเลี่ยงการวิจารณ์ใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะหากคุณกล่าวถึงเรื่องที่เป็นด้านลบขึ้นมา อาจกลายเป็นใส่น้ำมันเข้ากองไฟ เก็บการพูดคุยนั้นไว้หลังจากที่พายุสงบแล้วดีกว่า

เมื่อกล่าวคำขอโทษ

การกล่าวคำขอโทษอาจเป็นเรื่องที่ยาก แต่ก็มักจะเป็นหนทางในการพัฒนาในทุกความสัมพันธ์ ดังที่เคยมีการกล่าวไว้ว่า สุดท้ายแล้วสิ่งที่เราต้องการได้ยินก็คือคำขอโทษที่เต็มไปด้วยข้อแก้ตัวนั่นเอง

ลองเปลี่ยนคำพูดว่า “แต่” เป็นการหยุดเว้นวรรคแทน แล้วคุณจะต้องแปลกใจกับความแตกต่างที่เกิดขึ้น วิธีการง่าย ๆ แบบนี้จะช่วยให้คุณสามารถอธิบายจุดยืนของตัวเองในขณะที่ยังคงน้ำเสียงที่จริงใจไว้

ระหว่าง “ฉันขอโทษนะ แต่ฉันทำดีที่สุดแล้ว” กับ “ฉันขอโทษนะ ฉันทำดีที่สุดแล้ว”

ผู้รับสารจะรู้สึกได้ว่านี่คือสัญญาณแห่งการแก้ไขและไม่รู้สึกว่าอ่อนแอในความพยายามป้องกันตนเอง! ทำให้ก้าวไปข้างหน้าด้วยกันได้ง่ายขึ้นและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้

เมื่อรับฟังผู้อื่น

ปัญหาทั่วไปที่มักเกิดขึ้นในการสื่อสารกันคือผู้รับสารคิดบทสรุปไว้ก่อนที่ผู้พูดจะพูดจบนั่นเอง

เรามักจะได้ยินคำว่า “ใช่ คุณบอกเรื่องนั้นกับฉันไว้ก่อนแล้ว” คั่นกลางระหว่างประโยคสนทนา ซึ่งสามารถเดาได้เลยว่าอีกฝ่ายหนึ่งกำลังเบื่อ หรือกำลังบอกเป็นทางอ้อมว่า “ฉันไม่สำคัญพอสำหรับคุณเลยหรือ คุณถึงได้ลืมว่าเราเคยคุยอะไรกันไว้บ้าง”

ในทางกลับกัน หากตอบกลับไปว่า “ใช่ ฉันจำเรื่องนั้นได้” จะทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่าอีกฝ่ายเอาใจใส่เพียงพอที่จะทำให้สามารถจำสิ่งที่เคยพูดคุยกันได้ และทำให้เชื่อใจผู้พูด นี่ไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการจะได้ยินในขณะที่พูดคุยกับใครสักคนหรือ?

ในขณะที่ส่งอีเมล์

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอยู่เป็นประจำในสำนักงาน คือ คุณได้รับอีเมล์และอดคิดไม่ได้ว่าผู้ที่ส่งมากำลังไม่พอใจในตัวคุณ บางครั้งลักษณะโทนเสียงของคำพูดที่อยู่ในเนื้อหาอีเมล์นั้นอาจกลายเป็นคำหยาบคายเสียดสี หรือเรียกร้องต่าง ๆ นานา ทำไมถึงเป็นแบบนั้นกันนะ?

ตามหลักการของ Daniel Goleman ผู้แต่งหนังสือ Social ได้กล่าวไว้ว่า แม้เนื้อหาของอีเมล์จะเป็นกลางมากที่สุด แต่คนส่วนใหญ่ก็มักจะทึกทักเอาว่าเป็นลบอยู่ดี  เทคโนโลยีได้มีบทบาทในการขจัดความแตกต่างของการสื่อสารระหว่างกัน แต่หลงเหลือไว้ซึ่งช่องว่างที่มนุษย์ทุกคนนั้นล้วนมีสัญชาติญาณที่เต็มไปด้วยการปฏิเสธ.

วิธีแก้ปัญหานี้ คือการใช้คำลงท้ายที่สั้นแต่ฟังดูเป็นผลบวก:

“ขอขอบคุณ กรุณาแจ้งให้ฉันทราบด้วยทันทีหากมีคำถามใด ๆ เพิ่มเติม!”

ผู้รับสารจะรู้สึกว่าคุณจะเต็มใจที่จะให้ความช่วยเหลือต่อไป แทนที่จะรู้สึกว่าคุณไม่ได้ให้ความสนใจกับบทสนทนาเลย

ป.ล.: ถึงแม้ว่าคุณจะรู้สึกว่าสัญลักษณ์แสดงอารมณ์นั้นควรใช้แต่เฉพาะกับข้อความที่ไม่เป็นทางการเท่านั้น สัญลักษณ์เหล่านี้อาจเป็นตัวช่วยให้การแสดงอารมณ์ความรู้สึกผ่านทางอีเมล์ติดต่องานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ใครจะไปรู้ล่ะ สัญลักษณ์รูปหน้ายิ้มอาจทำให้วันของใครบางคนสดชื่นขึ้นก็ได้

ขณะที่กำลังทำให้ใครบางคนรู้สึกชื่นชม

ในการทำให้ใครสักคนมีความรู้สึกว่าเป็นที่นิยมชมชอบในตัวคุณนั้นและทำให้เขา/เธอรู้สึกว่าพิเศษ หรือได้รับการชื่นชม ทั้งหมดนี้ใช้แค่เพียงความอ่อนน้อมถ่อมตนเท่านั้นเอง การสอบถามขอความคิดเห็นหรือคำแนะนำเกี่ยวกับบางเรื่องจากผู้อื่น จะทำให้คุณประหลาดใจว่าสิ่งนี้ช่วยเป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งของมิตรภาพได้อย่างไม่น่าเชื่อ

การสื่อข้อความใต้สำนึกออกไปและคุณก็ได้รับความคิดเห็นมาทำให้รู้สึกว่าอีกฝ่ายทำตาม  ความต้องการของคุณเพราะเขาชอบคุณ ถือว่าเป็นสถานการณ์ที่ต่างฝ่ายต่างได้ผลประโยชน์  เพราะทั้งสองฝ่ายต่างก็ได้รับการเคารพและความพอใจซึ่งกันและกัน!

อย่างไรก็ตาม ก็มีเส้นบาง ๆ อยู่ระหว่างการขอคำแนะนำและการช่วยเหลือ การขอความช่วยเหลือ จากคนที่เราไม่ได้รู้จักกันดีอาจเป็นการหยาบคายได้เหมือนกับคนรู้จักที่จะติดต่อคุณมาเพียงเพราะต้องการให้คุณทำบางอย่างให้เท่านั้น!

เมื่อคุณมีบุตรหลาน

รูปแบบของการแสดงความรักบางรูปแบบก็สามารถสื่อสารได้โดยง่าย เพราะฉะนั้นทำไมไม่เขียนถึงบุตรหลานของคุณดูล่ะ? คุณอาจจะได้เพลิดเพลินไปกับการเขียน (ไม่ว่าจะเป็นอีเมล์หรือจดหมายที่เขียนด้วยลายมือ) และบุตรหลานของคุณจะต้องดีใจที่ได้รับจดหมายจากคุณอย่างแน่นอน! ลองเขียนถึงพวกเขาแบบที่พวกเขาเป็นผู้ใหญ่แล้ว แค่จินตนาการว่าการได้รับจดหมายที่เต็มไปด้วยสีสันที่เขียนขึ้นโดยบุตรหลานของเราเอง ก็รู้แล้วว่าจะทำให้เป็นวันที่ดีของคุณใช่ไหมล่ะ?

เมื่อบุตรหลานของเราโตขึ้น คุณสามารถแบ่งปันความสำเร็จในการเขียนของพวกเขาในวัยเด็ก คุณแม่ของฉันเคยให้ฉันดูจดหมายที่ฉันเคยเขียนไปถึงคุณป้า อธิบายว่าฉันได้แผลเป็นที่ใต้คางและหัวเข่ามาจากการเล่นกับพี่สาวที่สวนสาธารณะแล้วไปสะดุดกับพุ่มไม้เข้า ทุกครั้งที่มองดูแผลเป็นนี้ ก็จะรู้สึกถึงความรักความอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก

ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์แบบใด หยุดเพื่อสูดลมหายใจ คิดก่อนแสดงความรู้สึกตัวเอง เพราะถือเป็นตัวช่วยที่ดีอย่างยิ่งโดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ควรสะกดอารมณ์ไว้ กับเคล็ดลับทั้งหมดที่กล่าวไว้ข้างต้น จะช่วยให้คุณกลายเป็นนักสื่อสารที่ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น!:)

การเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก

เว็ปไซต์นี้มีการเชื่อมโยงกับเว็ปไซต์ซึ่งมีบุคคลภายนอกเป็นเจ้าของและผู้ดำเนินการ  ทั้งนี้ เป็นเพียงการอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านเท่านั้น

กลุ่มบริษัทโตเกียวมารีนประกันภัยจึงไม่มีอำนาจ ควบคุม รับรอง รับประกัน หรือยืนยันความถูกต้อง ความเหมาะสม ความน่าเชื่อถือหรือรับผิดชอบในเนื้อหาข้อมูลใดๆที่ปรากฎในเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก

กลุ่มบริษัทโตเกียวมารีนประกันภัยมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าในลักษณะใด ๆ กับเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก และไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆที่เกิดขึ้นจากการเข้าชมเว็ปไซต์ของบุคคลภายนอก