เราต่างล้วนถูกประเมินโดยทัศนคติจากลูกค้า และคู่พันธมิตรในเรื่องที่เกี่ยวกับงานของเรา สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจนั้น การประเมินผลที่เป็นกลางหรือเชิงลบที่อาจเกิดขึ้น สามารถส่งผลกระทบระยะยาวเกี่ยวกับสภาวการณ์ทางธุรกิจ และการทำกำไรของธุรกิจของพวกเขา

นี่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมง่าย ๆ บางส่วนที่จะสามารถสร้างให้เกิดทัศนคติเชิงบวกในฐานะผู้ประกอบการ

1. กล่าวคำวิเศษ

ปรับปรุงนิสัยของการกล่าวคำว่า “ได้โปรด” เมื่อทำการร้องขอหรือให้คำแนะนำกับเพื่อนร่วมงานในภารกิจที่จะมาถึง ซึ่งจะทำให้ดูไม่เหมือนกับว่าคุณกำลังออกคำสั่ง และฟังดูเป็นการร้องขอมากกว่า

การสร้างความสัมพันธ์แห่งการขับเคลื่อนการสื่อสารอย่างมีประสิทธิผลกับสมาชิกในทีมงาน ถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจ ดังเช่นในศตวรรษที่ 17 นักประพันธ์ชาวอังกฤษอันโด่งดังอย่าง จอห์น ดอนเน่ ได้กล่าวไว้ว่า “ไม่มีใครสามารถอยู่คนเดียวได้” ก็เปรียบได้กับผู้นำขององค์กรที่ขึ้นอยู่กับผู้ชายและการสนับสนุนจากสมาชิกภายในทีมเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของธุรกิจ

การกล่าวคำว่า “ได้โปรด” เมื่อพูดกับเพื่อนร่วมงานจะทำให้พวกเขารู้สึกดีและมีคุณค่าต่อความพยายามของเขาอย่างมหัศจรรย์ ซึ่งส่งผลให้พวกเขาพยายามในการทำงานมากยิ่งขึ้นและทำให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกตามมาด้วย 

2. พลังแห่งการขอบคุณ

ความกตัญญู เป็นรูปแบบหนึ่งของการแสดงออกทางอารมณ์ที่เป็นอารมณ์พื้นฐานในแต่ละวัน ขณะที่การแสดงท่าทางสามารถทำได้มาก หลายคนลังเลที่จะแสดงออกถึงความรู้สึกกตัญญู เพราะกลัวว่าจะถูกมองว่าเป็นคนอ่อนแอหรือเป็นคนที่ไม่รู้สึกมั่นคง

อย่างไรก็ตาม การแสดงออกถึงความกตัญญูทำให้เกิดผลตรงกันข้าม ผลการวิจัยได้แสดงว่าความกตัญญู ส่งเสริมและช่วยเพิ่มความสุขและอารมณ์บวกอื่น ๆ ซึ่งรวมไปถึงความไว้เนื้อเชื่อใจ  ความซื่อสัตย์ ความน่าเชื่อถือ และความแข็งแกร่งต่อผู้อื่น คนที่มีความกตัญญู ยังเชื่อว่าจะเป็นคนที่มีความกระปรี้กระเปร่า มีน้ำใจ รู้จักให้อภัย มากขึ้น และกลับลดความเครียดและความรู้สึกไม่พอใจลง

วิธีหนึ่งที่ผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจสามารถแสดงออกซึ่งความกตัญญูในที่ทำงาน รวมถึงการกล่าวคำขอบคุณลูกจ้างสำหรับงานที่พวกเขาได้ทำในโปรเจคปัจจุบัน โดยการกล่าวถึงสถานการณ์ที่เขา/เธอ ปฏิบัติได้ดีอย่างเฉพาะเจาะจง แสดงให้เห็นถึงความสนใจในผลงานของบุคคลขณะที่เน้นในผลงานที่ออกมาดีโดยเฉพาะ

เคล็ดลับเด็ด: จำไว้ว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่คุ้นชินกับคำดูถูก สร้างจุดในการกล่าวคำว่า “ขอบคุณ” แม้แต่คนที่คุณสนิทหรือคุ้นเคยด้วย ลองศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเคล็ดลับการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพ เพื่อทำให้งานของคุณก้าวหน้า! 

3. กล่าวคำว่า “ขอโทษ” เท่าที่จำเป็น 

“ขอโทษ” ไม่ควรเป็นคำวิเศษที่จะใช้เป็นคำที่ช่วยย้อนเวลาหรือเปลี่ยนจากสิ่งที่ผิดพลาดให้ถูกต้อง การขอโทษอย่างจริงใจมีกระบวนการที่ซับซ้อน โดยเกี่ยวเนื่องรวมไปถึงความจริงใจ การเสนอทางออกที่เป็นไปได้ และความพยายามอย่างจริงใจในการแก้ไขข้อผิดพลาด

การขอโทษที่เหมาะสมไม่ควรเป็นการทำผิดหรือความอ่อนแอ ในทางกลับกันการแสดงการขอโทษแสดงให้เห็นถึงการสำนึกผิด ความตั้งใจที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้องและเป็นไปอย่างมีศีลธรรม

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการใช้คำว่า “ฉันขอโทษ” มากเกินไป หรือใช้เมื่อไม่จำเป็น จะทำให้คำนี้กลายเป็น “ไม่มีค่า” และเสียความจริงใจ ยกตัวอย่างเช่น หากเพื่อนร่วมงานเสนอมือช่วยเหลืองานที่ล้นมือของคุณขณะที่คุณวุ่นวายอยู่กับเรื่องด่วนที่เป็นเรื่องส่วนตัว การกล่าวคำว่า “ขอบคุณมากนะ” ดีกว่าการกล่าวคำว่า “ขอโทษที่ทำให้ลำบาก” มากเลยทีเดียว

สิ่งที่อันตรายที่สุดในการกล่าวคำว่า “ฉันขอโทษ” คือมันจะทำให้คุณดูเป็นคนพร่ำเพรื่อ หรือไม่เด็ดขาด และทำให้เกิดทัศนคติต่อตัวคุณว่าเป็นคนขาดความมั่นใจในตัวเอง

ทั้งนี้ ไม่ต้องกลัวที่จะกล่าวคำว่า “ฉันขอโทษ” แต่ควรใช้คู่กับแนวทางการแก้ไขปัญหาและพูดเมื่อเหมาะสมกับสถานการณ์เท่านั้น

3 คำสั้น ๆ เหล่านี้สามารถทำให้โลกเปลี่ยนไปเมื่อมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน ครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงาน หากคุณเป็นผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจ ลองใช้คำพูดเหล่านี้มาใช้ คุณอาจเปลี่ยนทัศนคติให้คนรอบข้างมีทัศนคติเชิงบวกต่อตัวคุณเอง!

การเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก

เว็ป ไซต์ นี้มีการเชื่อมโยงกับเว็ปไซต์ซึ่งมีบุคคลภายนอกเป็นเจ้าของและผู้ดำเนินการ  ทั้งนี้ เป็นเพียงการอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านเท่านั้น

กลุ่ม บริษัทโตเกียวมารีนประกันภัยจึงไม่มีอำนาจ ควบคุม รับรอง รับประกัน หรือยืนยันความถูกต้อง ความเหมาะสม ความน่าเชื่อถือหรือรับผิดชอบในเนื้อหาข้อมูลใดๆที่ปรากฎในเว็บไซต์ของบุคคล ภายนอก

กลุ่มบริษัทโตเกียวมารีนประกันภัยมิได้มีส่วน เกี่ยวข้องไม่ว่าในลักษณะใด ๆ กับเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก และไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆที่เกิดขึ้นจากการเข้าชมเว็ปไซต์ของบุคคล ภายนอก