บางครั้ง การลงทุนที่เล็กน้อยที่สุดก็สามารถให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ามหาศาล ออราเคิลเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ที่ใหญ่เป็นอันดับที่สองของโลก รั้งตำแหน่งตามหลังไมโครซอฟท์ จากการขายโซลูชั่นการจัดการฐานข้อมูลแบรนด์ของตัวเองเป็นหลัก ทำให้ออราเคิลมีรายได้สูงถึง 1.3 แสนล้านบาทใน พ.ศ. 2557 คงต้องขอบคุณสุดยอดผู้นำองค์กรอย่าง แลร์รี่ เอลลิสันสำหรับความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของบริษัท และขอบคุณที่เขาตัดสินใจเริ่มต้นลงทุนมูลค่าประมาณ 70,000 บาท

ในวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2520 หลังจากลาออกจากมหาวิทยาลัยสองแห่ง แลร์รี่ เอลลิสันและหุ้นส่วนสองสามคนก็ก่อตั้งทีมวิจัยพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วยเงินทุนเพียง 70,000 บาท เอลลิสันลงเงินส่วนตัวในสัดส่วนที่มากที่สุด คือ 40,000 บาท ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่กล้าหาญมากสำหรับคนที่เพิ่งลาออกจากมหาวิทยาลัยกลางคัน อีกทั้งเพิ่งจะเรียนรู้การเขียนโปรแกรมขั้นพื้นฐานเท่านั้นเอง 

ในช่วงปี พ.ศ. 2520 นั้น การลงทุนด้านการจัดการฐานข้อมูลนั้น ยังไม่มีความชัดเจนในภาคธุรกิจว่ามีความต้องการใช้อย่างไร จึงไม่สามารถประเมินมูลค่าทางการตลาดได้ เท่ากับมูลค่าที่มหาศาลอย่างทุกวันนี้ สิ่งที่เอลลิสันและหุ้นส่วนของเขามีเพียงประสบการณ์ในการสร้างระบบการจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (RDBMS) ห้กับซีไอเอ โดยใช้ชื่อรหัสว่า Oracle ในงานก่อนหน้านี้ อีกทั้งเขายังเผชิญกับปัญหาสำคัญที่ทำให้ธุรกิจของเขายากขึ้นไปอีก คือ ซอฟแวร์นั้นไม่ได้แยกขายจากการซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ในยุคนั้นยังไม่เป็นผลิตภัณฑ์ที่แยกขายเดี่ยวๆ ได้เหมือนในปัจจุบัน แต่ออราเคิลก็มุ่งมั่นที่จะเป็นหนึ่งในธุรกิจรายแรกๆ ที่บุกเบิกธุรกิจรูปแบบนี้ ทว่าในเวลานั้น ด้วยเงินลงทุนเพียง 70,000 บาท ตลาดก็ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างด้วยซ้ำไป

จากงานของซีไอเอ ธุรกิจที่เพิ่งก่อตั้งของเอลลิสันได้พัฒนาระบบฐานข้อมูลที่คล้ายคลึงกันโดยมีเป้าหมายการใช้งานในเชิงพาณิชย์มากขึ้น พวกเขาตั้งชื่อระบบนี้ว่า อาร์ดีบีเอ็มเอส ออราเคิล (RDBMS Oracle) ความฝันของเอลลิสันคือการสร้างระบบซึ่งสามารถใช้งานกับระบบอาร์ของไอบีเอ็มได้ (IBM’s System R) น่าเสียดายที่ไอบีเอ็มมีแนวคิดอื่นและปฏิเสธที่จะเผยรหัสของตน ด้วยสถานการณ์บังคับให้ต้องสร้างระบบด้วยตัวเอง ธุรกิจนี้จึงกลายเป็นบริษัทออราเคิล ซิสเต็ม คอร์ปอเรชั่นในปี พ.ศ. 2525 เพื่อให้สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์หลัก ซึ่งก็คือฐานข้อมูลออราเคิล 

แม้จะเปิดตัวธุรกิจในตลาดที่ไม่ได้มีการทดสอบมาก่อน แต่การตัดสินใจของเอลลิสันก็ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ออราเคิลมียอดขายเป็นสองเท่าเป็นเวลา 11 ปีอย่างต่อเนื่อง และเมื่อบริษัทได้จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนใน พ.ศ. 2529 ธุรกิจมีรายได้มากกว่าพันล้านบาทจากการเสนอขายครั้งแรกในตลาดหลักทรัพย์ ออราเคิลเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ข้ามชาติและระบบฐานข้อมูลของออราเคิลนั้น มีลูกค้าองค์กรต่างๆ นำมาใช้อยู่ในอุตสาหรรมต่าง ๆ เช่น ธนาคาร สายการบิน ผู้ผลิตรถยนต์และบริษัทค้าปลีกที่สำคัญของโลก ไม่เพียงแค่นักลงทุนเท่านั้นที่สนับสนุนการตัดสินใจลงทุนของเอลลิสัน แม้แต่ สตีฟ  จ็อบส์ จากแอปเปิล ก็แสดงความชื่นชมในวิธีการทำงานของเอลลิสันเช่นกัน สตีฟถึงกับไปเป็นช่างภาพในงานแต่งงานของเอลลิสันกับนักเขียนนวนิยาย เมลานี คราฟต์ใน พ.ศ. 2546  

เอลลิสันร่ำรวยมหาศาล ในฐานะผู้ถือหุ้นที่ใหญ่ที่สุดของออราเคิลและเป็นผู้บริหารที่มีรายได้ดีที่สุดในยุค 90s โดยครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นเจ้าของเรือยอร์จที่ใหญ่ที่สุดในโลกทั้งหมดแปดลำ ใน พ.ศ. 2556 ทีมออราเคิลอเมริกา (Oracle Team USA) ของเขา เข้าลงแข่งเรือใบชิงถ้วยรางวัลที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ซึ่งเขาสามารถนำเรือของเขาที่รั้งอันดับ 8 กลับมาเอาชนะนิวซีแลนด์ในการแข่งขันชิงถ้วยรางวัลของอเมริกา ( America’s Cup) ได้สำเร็จ

นอกเหนือจากทรัพย์สินข้างต้น เอลลิสันมีบ้านที่มีสนามกอล์ฟส่วนตัว เขาเคยได้รับบทบาทเป็นตัวเองในภาพยนต์เรื่อง Iron Man 2 และเป็นที่กล่าวกันว่า เขามีเงินและทรัพย์สินมูลค่าสูงถึง สามหมื่นห้าพันล้านบาท ซึ่งไม่เลวเลย สำหรับการลงทุนความเสี่ยงเพียง 70,000 บาท 

วันก่อน...แลร์รี่ เอลลิสันเป็นนักเขียนโปรแกรมหนุ่มน้อยที่เสี่ยงลงทุน 70,000 บาท เพื่อเริ่มต้นธุรกิจร่วมทุน วันนี้...เขารับผิดชอบในการสร้างธุรกิจซอฟต์แวร์ระดับโลกที่มีมูลค่าตลาดถึง 6.4 แสนล้านบาท

วันบางวันและช่วงเวลาบางช่วงอาจสามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นต่อไป หากวันนี้คุณกำลังมีวันเวลาหรือช่วงเวลาเหล่านั้น ลองมาพูดคุยกับเรา

การเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก

เว็ปไซต์นี้มีการเชื่อมโยงกับเว็ปไซต์ซึ่งมีบุคคลภายนอกเป็นเจ้าของและผู้ดำเนินการ  ทั้งนี้ เป็นเพียงการอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านเท่านั้น

กลุ่มบริษัทโตเกียวมารีนประกันภัยจึงไม่มีอำนาจ ควบคุม รับรอง รับประกัน หรือยืนยันความถูกต้อง ความเหมาะสม ความน่าเชื่อถือหรือรับผิดชอบในเนื้อหาข้อมูลใดๆที่ปรากฎในเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก

กลุ่มบริษัทโตเกียวมารีนประกันภัยมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าในลักษณะใด ๆ กับเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก และไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆที่เกิดขึ้นจากการเข้าชมเว็ปไซต์ของบุคคลภายนอก