ความสำเร็จที่คุ้มค่ากับการรอคอยของ “ผู้กำกับอั้งลี” ก็ก้าวเข้าสู่ช่วงบั้นปลายชีวิตในปี 2548 อั้งลีเป็นผู้กำกับชาวเอเชียคนแรกที่ได้รับรางวัลออสการ์ สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมถึง 2 เรื่อง จากผลงานเรื่อง Brokeback Mountain และอีกครั้งในปี 2555 จากเรื่อง Life of Pi ผู้ชมทั่วโลกและคณะกรรมการการตัดสินรางวัลต่างมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ในการมอบรางวัลนี้ให้แก่อั้งลี อีกทั้งภาพยนตร์ที่เขากำกับสามารถทำรายได้ทั่วโลก รวมถึงบ็อกซ์ออฟฟิศสูงถึง 1,457.6 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ

อั้งลี่ได้กล่าวไว้ว่า “เขาใช้เวลาถึง 35 ปีกว่าที่พลังสร้างสรรค์นี้จะบังเกิดขึ้น และเป็นช่วงเวลาที่เขาบ่มเพาะพรสวรรค์นี้ให้บังเกิดขึ้น โดยภรรยาของเขาส่งเสริมให้เขาสานฝันของตัวเองในการสร้างภาพยนตร์มากกว่าให้เขาไปเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ โดยปราศจากความรักและความสนใจ อาทิเช่น คอมพิวเตอร์”

หลังจากสำเร็จหลักสูตรการสร้างภาพยนตร์อั้งลีใช้เวลาที่ยาวนานและยากลำบากของเขาถึงหกปีกว่าจะหางานในด้านภาพยนตร์เรื่องแรกของเขาได้ โดย เจน ลิน ภรรยาของอั้งลีต้องอดทนทำงานเป็นนักชีวโมเลกุลที่มีรายได้เพียงน้อยนิด เพื่อส่งเสียดูแลลูกทั้งสี่คน รวมถึงตัวอั้งลีเอง ในขณะที่อั้งลี ก็จะต้องเรียนรู้การทำอาหารดูแลลูกๆ ทั้งสี่เป็นหลัก และหารายได้จากการเขียนบทภาพยนต์บางเป็นครั้งคราว

การที่อั้งลีเลือกที่เป็นพ่อบ้านและสานฝันของเขาในด้านภาพยนตร์  โดยต้องละทิ้งการเป็นผู้นำและหาเลี้ยงครอบครัว สำหรับคนที่เกิดและเติบโตมาจาก ครอบครัวชาวจีนนั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก พ่อของเขามักจะบังคับเคี่ยวเข็ญให้เขาทำงานที่เป็นที่นับหน้าถือตาของคนในสังคม เช่นงานสอนหนังสือ พ่อแม่ของเจนก็พยายามจะหยิบยื่นความช่วยเหลือในด้านเงินทุนให้กับเขาเพื่อที่จะนำไปเปิดร้านอาหาร แต่เจนก็ปฏิเสธ กระนั้นก็ดี เจนยังคงบากบั่น มุ่งมั่นและเชื่อมั่นในงานสร้างสรรค์และตัวของเขา เพื่อที่จะให้อั้งลี่ทำตามฝันของตัวเองให้สำเร็จ

ช่วงชีวิตช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงที่ย่ำแย่ในชีวิตครอบครัวของอั้งลี เพราะการซื้ออาหารจานด่วนกลับมารับประทานที่บ้านในบางครั้งบางคราวนั้นก็ถือเป็นอาหารมื้อหรูแสนพิเศษสำหรับครอบครัว    อั้งลีรู้สึกผิดที่ตัวเองไม่สามารถส่งเสียดูแลตัวเองและครอบครัวได้ เขาเริ่มเชื่อว่าความฝันในการสร้างหนังของตัวเองนั้น คงเป็นได้เพียงแค่ความเพ้อฝัน เขาจึงไปลงทะเบียนเข้าเรียนหลักสูตรการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อให้ได้งานอย่างไม่มีความสุขนัก เมื่อเจนสังเกตเห็นว่า สามีของเธอขาดความเป็นตัวของตัวเอง เจนจึงพูดกับเขาว่า “มีคนไปเรียนคอมพิวเตอร์มากมาย และคงไม่อยากได้อั้งลีไปเรียนเพิ่มอีกคนหรอก” เมื่อเขาได้ยินเช่นนั้น เหมือนกับได้รับแรงสนับสนุนจากคู่ชีวิตของเขาที่จะทิ้งการเรียนและไม่คิดที่จะเรียนคอมพิวเตอร์อีกตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

หลังจากหกปีของการทำอาหาร ทำความสะอาด รับส่งลูกจากโรงเรียน และทำงานสร้างสรรค์ศิลปะ ในปี 2536 การพลิกบทบาทในครอบครัวของเขาก็ส่งผลที่คุ้มค่า โดยอั้งลีได้เขียนบทและกำกับภาพยนต์เรื่องแรกของเขาเรื่อง “Pushing Hands” ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกชาวจีนที่อาศัยอยู่ในอเมริกา นักวิจารณ์ชื่นชอบภาพยนตร์เรื่องนี้มากและเขาได้รับ คำวิจารณ์ที่ชื่นชมจากทั่วโลก ด้วยความมั่นใจที่ได้มา ในปี 2537 อั้งลี่จึงเปิดตัวภาพยนตร์ที่ทำเงินได้มากที่สุดแห่งปี คือเรื่อง Wedding Banquet ด้วยทุนสร้างเพียง 750,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ แต่สามารถทำรายได้รวมสูงถึง 32 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ

ด้วยกำลังใจและแรงสนับสนุนจาก เจน ลิน ภรรยา และสิ่งที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น คือ เขาสามารถไขว่คว้าโอกาสที่จะสร้างความฝัน ของตัวเองให้เป็นจริงมาได้ จึงทำให้ความสำเร็จของอั้งลีมีมากและสูงขึ้น ในปี 2543 ภาพยนตร์ยอดนิยมของเขาอย่างเช่น Crouching Tiger, Hidden Dragon ได้นำศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวของจีนสู่สายตาผู้ชมชาวตะวันตกและได้รับความนิยมทั่วโลก หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้รับรางวัลออสการ์จากเรื่อง Brokeback Mountain และ Life of Pi ตามลำดับ นี่คือวิสัยทัศน์และความสำเร็จของอั้งลี่ ที่เมื่อมองย้อนกลับไปใน วันก่อน ที่อั้งลี่และภรรยาได้ตัดสินใจว่าความฝันที่วาดไว้จะคุ้มค่า กับการไขว่คว้ามาให้เป็นจริงในวันนี้ วันก่อนความฝันในการสร้างภาพยนตร์ก็อาจจะเป็นเพียงแค่ความเพ้อฝัน วันนี้อั้งลีขึ้นชื่อว่าเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

วันบางวันและช่วงเวลาบางช่วงอาจสามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นต่อไปในชีวิตของคุณได้ หากวันนี้คุณกำลังมีวันเวลาหรือช่วงเวลาเหล่านั้น ลองมาพูดคุยกับเรา 

การเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก

เว็ปไซต์นี้มีการเชื่อมโยงกับเว็ปไซต์ซึ่งมีบุคคลภายนอกเป็นเจ้าของและผู้ดำเนินการ  ทั้งนี้ เป็นเพียงการอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านเท่านั้น

กลุ่มบริษัทโตเกียวมารีนประกันภัยจึงไม่มีอำนาจ ควบคุม รับรอง รับประกัน หรือยืนยันความถูกต้อง ความเหมาะสม ความน่าเชื่อถือหรือรับผิดชอบในเนื้อหาข้อมูลใดๆที่ปรากฎในเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก

กลุ่มบริษัทโตเกียวมารีนประกันภัยมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าในลักษณะใด ๆ กับเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก และไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆที่เกิดขึ้นจากการเข้าชมเว็ปไซต์ของบุคคลภายนอก