เขาเป็นที่รู้จักในฐานะนักมวยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกคนหนึ่ง ด้วยความสูง 4 ฟุต 11 นิ้ว เอ็มมานูเอล “แมนนี่” ปาเกียวได้รับการยกย่องว่าเป็นฮีโร่ เขาเป็นนักมวยคนเดียวที่คว้าตำแหน่งระดับโลกถึง 10 ตำแหน่งและมีชื่อเสียงโด่งดังจากความไม่ย่อท้อ ความรวดเร็วและความถ่อมตนของเขา

การต่อสู้ครั้งล่าสุดของแมนนี่ ปาเกียว เรียกว่า “การต่อสู้อันยิ่งใหญ่” (Battle of Greatness) และเป็นการชกที่เขาได้รับค่าตัวมากที่สุดในประวัติศาสตร์ เป็นเงินสูงถึง 4 พันล้านบาท เรื่องนี้อาจไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรแม้แต่น้อยในชีวิตของพวกเราส่วนใหญ่ แต่จะเป็นแรงบันดาลใจอันล้ำค่าเมื่อคุณได้รู้ว่าชายคนนี้เริ่มต้นเรื่องราวของเขาด้วยความยากลำบากมากเพียงใด

ต่อไปนี้คือเรื่องราวของแพ็คแมน

แมนนี่เกิดในปี พ.ศ. 2521 ที่เมืองเจเนอรัล ซานโตสซิตี้ ในประเทศฟิลิปปินส์ แมนนี่มีพี่น้องทั้งหมดหกคนรวมตัวเขาเอง แม่ของเขาไม่สามารถหาเลี้ยงทุกคนได้ ทำให้แมนนี่ไม่มีทางเลือกและต้องออกจากโรงเรียนในวัยเพียง 14 ปีเพื่อย้ายไปอยู่เมืองหลวงกรุงมนิลา หลายปีต่อมาเฟรดดี้ โรช ซึ่งเป็นผู้ชี้แนะและผู้ฝึกสอนระยะยาวของเขา มักพูดว่าแมนนี่ออกจากบ้านเพราะพ่อของเขานำสุนัขที่เลี้ยงไว้มาทำเป็นอาหาร  

ชีวิตของวัยรุ่นตัวผอมบางของเขาตกระกำลำบากมากขึ้นไปอีกเมื่อต้องอยู่คนเดียวบนถนนในเมืองที่หนาแน่นมากที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย อย่างกรุงมนิลา

“เขาซื้อขนมโดนัทมาหลายๆ อันแล้วนำมาแบ่งขายเพื่อเอากำไรเพียงชิ้นละไม่กี่สตางค์เพื่อเลี้ยงชีวิต” โรชมักเผยในภายหลังว่า “เขานอนในกล่องลังกระดาษ เขาต่อสู้ผ่านสิ่งเหล่านี้มาหมดแล้ว ลองมองดูเขาในวันนี้สิ”

ในวัย 16 ปี เขาเริ่มชกมวยมือสมัครเล่นให้ทีมชาติฟิลิปปินส์และไม่กี่เดือนหลังจากนั้น เขาก็ได้เผชิญช่วงเลวร้ายซึ่งเปลี่ยนแปลงชีวิตที่เหลือของเขา

เพียงไม่กี่อึดใจที่เขาก็จะต้องเริ่มต้นชกมวยในรายการกีฬาประจำสัปดาห์ (รายการโทรทัศน์ที่เน้นนักมวยใหม่ๆ ที่มีอนาคต) รายการ ‘Blow by Blow’ เป็นตอนที่เพื่อนสนิทของเขา ยูจีน บารูแต็กถูกน็อคเอาท์ในสนามมวย

ปาเกียวมีอายุเพียง16 ปีในวันที่เขาต้องประคองยูจีนที่กำลังจะตายจากการถูกชกจนน่วมไว้ในอ้อมแขนของเขา และเนื่องจากไม่มีเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ประจำอยู่ด้วย และมีเพียงรถของทีมงานถ่ายทำที่พาเด็กหนุ่มสองคนไปโรงพยาบาลอย่างล่าช้า ยูจีนจึงเสียชีวิตเมื่อมาถึงโรงพยาบาล

ปาเกียวยอมรับหลายปีต่อมาว่าเขามีทางเลือกที่ต้องตัดสินใจในวินาทีนั้นว่า “ผมจะสู้ต่อไป แม้ยูจีนจะตายไปแล้ว ผมคิดว่าผมจะต้องสานต่อความฝันของเรา การต่อสู้ของเรา”

วันนั้นเป็นจุดเริ่มต้นให้หนุ่มน้อยแมนนี่ ปาเกียวสู้ต่อไปเพื่อให้ได้เป็นนักมวยที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เขาเริ่มต้นชกมวยอาชีพในรุ่นฟลายเวท ด้วยน้ำหนัก 44.5 ก.ก. ซึ่งต่ำกว่าน้ำหนักขั้นต่ำของรุ่นนี้ถึง 7 ก.ก. เขายอมรับในภายหลังว่าเขาใส่ตุ้มน้ำหนักลงในกระเป๋าเพื่อให้หนักถึง 47.7 ก.ก. ซึ่งเป็นเกณฑ์น้ำหนักขั้นต่ำของรุ่นนี้ เขาชกสู้กับนักมวยมืออาชีพคนอื่นทั้งๆ ที่มีน้ำหนักที่เสียเปรียบกว่า

จากจุดเริ่มต้นที่ยากลำบากนี้ ตอนนี้ แมนนี่ “แพ็คแมน” ปาเกียวกลายเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนเป็นล้าน แม้เขาจะเป็นคนขี้อาย เขาได้ปรากฏตัวในภาพยนตร์หลายเรื่องในฟิลิปปินส์ รับบทบาทเป็น “แพ็คแมน” ซุปเปอร์อีโร่ต่อสู้กับอาชญากรและบทบาทผู้บัญชาการทหารกลุ่มกบฏ   ในวัย 32 ปี เขาเคยได้รับเลือกให้เป็นผู้แทนราษฎรในฟิลิปปินส์และปัจจุบันได้ดำรงตำแหน่งสมาชิกรัฐสภาของอำเภอซารันกานี่ในฟิลิปปินส์ หลายคนเชื่อว่านักมวยมีศักยภาพในการเป็นประธานาธิบดีในอนาคต นอกจากเป็นนักมวยที่มีชื่อเสียง สมาชิกรัฐสภาและคุณพ่อของลูกๆ ห้าคนแล้ว ปาเกียวยังเป็นพันโทประจำกำลังสำรองของกองทัพฟิลิปปินส์อีกด้วย และจากรายงานของฟอร์บส์ เขาได้รับการจัดอันดับอยู่ในนักกีฬาที่ค่าตัวสูงสุด 15 อันดับของโลก

ปาเกียวหวังจะสร้างแรงบันดาลใจไม่ใช่แค่จากการชกมวยเท่านั้นแต่ผ่านเรื่องราวจากยาจกเป็นเศรษฐีอันน่าทึ่งของเขาด้วย ถ้าเขาสามารถเอาชนะอุปสรรคทั้งหลายที่ถาโถมเข้ามาได้ เขาก็เชื่อว่าชีวิตยังมีหวังสำหรับทุกคน

“ผมต้องการสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาไม่ยอมแพ้ต่อสถานการณ์ใดๆ ผมต้องการส่งเสริมให้พวกเขามีความหวังอยู่เสมอ” ปาเกียวกล่าว

วันก่อน... แมนนี่ ปาเกียวอาศัยอยู่อย่างยากลำบากที่ข้างถนนในกรุงมนิลา โดยไม่แน่ใจว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น แต่ในวันนี้เขาเป็นนักมวยที่มีคนชื่นชอบมากที่สุดในโลก

วันบางวันและช่วงเวลาบางช่วงอาจสามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นต่อไป หากวันนี้คุณกำลังมีวันเวลาหรือช่วงเวลาเหล่านั้น ลองมาพูดคุยกับเรา

การเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก

เว็ปไซต์นี้มีการเชื่อมโยงกับเว็ปไซต์ซึ่งมีบุคคลภายนอกเป็นเจ้าของและผู้ดำเนินการ  ทั้งนี้ เป็นเพียงการอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านเท่านั้น

กลุ่มบริษัทโตเกียวมารีนประกันภัยจึงไม่มีอำนาจ ควบคุม รับรอง รับประกัน หรือยืนยันความถูกต้อง ความเหมาะสม ความน่าเชื่อถือหรือรับผิดชอบในเนื้อหาข้อมูลใดๆที่ปรากฎในเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก

กลุ่มบริษัทโตเกียวมารีนประกันภัยมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าในลักษณะใด ๆ กับเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก และไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆที่เกิดขึ้นจากการเข้าชมเว็ปไซต์ของบุคคลภายนอก