หากคุณต้องการไปเยือนใจกลางเมืองสิงคโปร์ บอกคนขับรถแท็กซี่ให้ขับผ่านมารีนาเบย์แซนส์แล้วทิ้งตึกสูงระฟ้าส่องแสงระยิบระยับเอาไว้เบื้องหลังเพื่อเข้าไปสู่ใจกลางเกาะสิงคโปร์ มุ่งหน้าสู่ถนนซาเอ็ด อัลวี ซอยแคบ ๆ อันแสนคึกคักที่เต็มไปด้วยร้านค้า แผงลอยและคนเดินเท้าเดินกันขวักไขว่เพื่อเดินเข้าสู่ศูนย์การค้ามุสตาฟาเซ็นเตอร์

ตั้งแต่สร้อยคอทองคำไปจนถึงอุปกรณ์ป้องกันเข่าสำหรับกีฬาเนตบอล ศูนย์การค้ามุสตาฟาเซ็นเตอร์ขายทุกอย่างตลอดเวลา นี่เป็นผลิตผลของชายผู้ขยันขันแข็งคนหนึ่งที่ชื่อ มุสตาค อาห์มัด ศูนย์การค้าแห่งนี้แผ่ขยายอยู่บนพื้นที่ 24,000 ตารางเมตร พร้อมผลิตภัณฑ์กว่า 500,000 ชนิดและพนักงานกว่า 1,900 คน เปิดบริการ 24 ชั่วโมงต่อวัน ทุกวันตลอดทั้งปี ที่นี่ให้ประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ไม่เหมือนที่ใดในโลก

มุสตาคอยู่ในรายชื่อผู้ที่ร่ำรวยมากที่สุดคนหนึ่งในสิงคโปร์ แต่เขาเริ่มต้นชีวิตในรัฐที่ยากจนที่สุดแห่งหนึ่งในอนุทวีปอินเดีย เขาเกิดเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2494 ในอุตตรประเทศ มุสตาคย้ายมาที่สิงคโปร์ในขณะเขาอายุเพียงหกขวบเพื่อมาอยู่กับพ่อของเขา หลังจากแม่ของเขาเสียชีวิตลง พ่อของเขาชื่อฮาจิ มูฮาเม็ด มุสตาฟาอพยพมาอยู่ที่สิงคโปร์และเปิดร้านรถเข็นขายขนมปังและชา มุสตาคในวัยเยาว์ได้เรียนรู้ตื้นลึกหนาบางในการทำธุรกิจจากการช่วยพ่อของเขาขายของ บทเรียนที่ได้ช่วยให้เขาประสบความสำเร็จคือความหลากหลาย

ด้วยแนวคิดอันกระตือรือร้นทางธุรกิจ มุสตาควัย 16 ปีชักชวนพ่อให้เปลี่ยนจากทำธุรกิจขายอาหารมาเป็นธุรกิจเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม เขาตั้งแผงลอยที่สองข้าง ๆ แผงของพ่อเพื่อขายผ้าเช็ดหน้า แผงลอยข้างถนนของสองพ่อลูกกลายเป็นร้านเสื้อผ้าขนาด 500 ตารางเมตรบนถนนแคมเบลล์เลนภายในเวลาอันรวดเร็ว ร้านถูกเปิดขึ้นในปี พ.ศ. 2514 โดยตั้งชื่อตามชื่อพ่อและลุงของมุสตาคว่า ร้าน “มูฮาเม็ด มุสตาฟาแอนด์ซัมซุดดีน” ซึ่งร้านแห่งนั้นเองที่เป็นจุดเริ่มต้นของอาณาจักรศูนย์การค้าขนาดใหญ่

หนึ่งทศวรรษต่อมา ธุรกิจของครอบครัวขยายใหญ่ขึ้นกลายเป็นพื้นที่เช่าขนาดกว้างขึ้นภายในพลาซ่าที่ถนนเซรังกูน เป็นอีกครั้งที่มุสตาคนำศักยภาพด้านความหลากหลายมาใช้โดยขยายรายการสินค้าให้มากขึ้น เพิ่มเครื่องใช้ในบ้านและที่สำคัญคือเลิกใช้วิธีค้าขายโดยต่อรองราคาแล้วเปลี่ยนมาตั้งราคาสินค้าให้คงที่แต่ไม่แพงเกินไปนัก เป็นการตัดสินใจที่เสี่ยงพอสมควรท่ามกลางวัฒนธรรมที่ชื่นชอบการต่อรองราคาเช่นนี้ แต่มุสตาคนั้นเข้าใจการค้าขายเป็นอย่างดี ลูกค้าของเขาอยากประหยัดเวลาและถ้าพวกเขาสามารถซื้อสินค้าได้ราคาถูกและรวดเร็ว พวกเขาก็สนองตอบการขายแบบนี้ ซึ่งเขาคิดไม่ผิดจริง ๆ

สถานการณ์เมืองขณะนั้นได้ขัดจังหวะเรื่องราวความสำเร็จของเขา หลังการประกาศของรัฐบาลว่าตึกที่ร้านของเขาตั้งอยู่นั้นได้ถูกกำหนดให้เป็นอาคารอนุรักษ์ มุสตาคพบว่าค้าเช่าของเขาพุ่งสูงขึ้น 70 เปอร์เซ็นต์ การขึ้นราคาอย่างน่าตกใจนั้นทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่แทบไปไม่เป็น แต่สำหรับมุสตาคแล้ว วันนั้นกลายเป็นช่วงเวลาที่สำคัญการเติบโตทางธุรกิจของเขา ขณะกำลังเผชิญกับค่าเช่าก้อนโต เขาตัดสินใจว่าถึงเวลาแล้วที่ศูนย์การค้ามุสตาฟาเซ็นเตอร์จะต้องเลิกจ่ายค่าเช่าและย้ายไปยังพื้นที่ตึกร้านค้ายี่สิบร้าน ซึ่งเป็นที่ที่เขาสร้างศูนย์การค้ามุสตาฟาเซ็นเตอร์ พร้อมโรงแรมขนาด 130 ห้องด้วยเงินลงทุนกว่าหนึ่งพันหกร้อยล้านบาท ห้างสรรพสินค้าขนาด 75,000 ตารางฟุตในปี พ.ศ. 2538 มีทั้งซุปเปอร์มาเก็ต ร้านอัญมณี บริการแลกเปลี่ยนเงินตรา เคาน์เตอร์เครื่องสำอางค์ ร้านขายยา สินค้าประเภทกีฬา เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้และเสื้อผ้า

ใน พ.ศ. 2546 เขาได้เพิ่มเรื่องราวที่น่าประทับใจเข้าไปอีก ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่ให้สร้างเสน่ห์ให้กับศูนย์การค้าของเขา นั่นคือการเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง สาขาที่เซรังกูนพลาซ่าได้เปิดขึ้นใหม่อีกครั้งหลังจากนั้นหนึ่งปี ทั้งสองสาขาสร้างผลประกอบการประจำปีรวมกันได้กว่า 10, 900 ล้านบาท

ที่โตเกียวมารีน เราเข้าใจและตระหนักถึงคืนวันที่สร้างเรื่องราวความสำเร็จเป็นอย่างดี หากคุณกำลังเริ่มต้นธุรกิจหรือกำลังดำเนินธุรกิจอยู่ มาพูดคุยกับเราเพื่อค้นพบว่าความเข้าใจของเรานั้นจะช่วยให้ธุรกิจของคุณสำเร็จมากยิ่งขึ้นได้อย่างไร

การเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก

เว็ปไซต์นี้มีการเชื่อมโยงกับเว็ปไซต์ซึ่งมีบุคคลภายนอกเป็นเจ้าของและผู้ดำเนินการ  ทั้งนี้ เป็นเพียงการอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านเท่านั้น

กลุ่มบริษัทโตเกียวมารีนประกันภัยจึงไม่มีอำนาจ ควบคุม รับรอง รับประกัน หรือยืนยันความถูกต้อง ความเหมาะสม ความน่าเชื่อถือหรือรับผิดชอบในเนื้อหาข้อมูลใดๆที่ปรากฎในเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก

กลุ่มบริษัทโตเกียวมารีนประกันภัยมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าในลักษณะใด ๆ กับเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก และไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆที่เกิดขึ้นจากการเข้าชมเว็ปไซต์ของบุคคลภายนอก