โครงการ “Knock for Knock” คืออะไร และรถยนต์ต้องมีคุณสมบัติใดจึงจะสามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้? 

กระทรวงคมนาคมและกระทรวงพาณิชย์ร่วมมือกับบริษัทประกันวินาศภัยในการจัดโครงการ “ชนแล้วแยก (Knock for Knock)” เพื่อลดปัญหาจราจรติดขัด โครงการ “ชนแล้วแยก (Knock for Knock)” ช่วยให้รถยนต์แยกกันได้ทันทีเมื่ออุบัติเหตุเกิดขึ้นโดยไม่ต้องรอการตรวจสอบจากตำรวจ ผู้ขับขี่อาจจะแลกเปลี่ยน “แบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน” ระหว่างกันและแจ้งขอค่าสินไหมทดแทนต่อผู้รับประกันของตนในภายหลัง เมื่อทำเช่นนี้จะสะดวกสำหรับผู้ขับขี่ และช่วยลดจราจรติดขัด

คุณสมบัติของรถยนต์
รถยนต์ที่มีคุณสมบัติต้องมีประเภทของความคุ้มครองรถแบบสมัครใจพร้อมกับข้อกำหนดความรับผิดในทรัพย์สินของบุคคลที่สาม  


ภายใต้โครงการ “ชนแล้วแยก (Knock for Knock)” ข้าพเจ้าควรทำอย่างไรเมื่อเกิดอุบัติเหตุ?

โปรดทำตามขั้นตอนด้านล่างนี้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ

  1. ผู้เอาประกันแสดงแบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนและถามบุคคลที่สามว่าเขามีแบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนแบบเดียวกับที่คุณมีหรือไม่ ถ้ามี กรุณาไปยังขั้นตอนต่อไป ถ้าไม่มี ติดต่อบริษัทประกันภัยของคุณ
  2. ยืนยันหมายเลขลงทะเบียน ซึ่งแสดงอยู่บน แบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของบุคคลที่สามว่าตรงกับหมายเลขทะเบียนรถของเขาหรือไม่ ถ้าใช่ กรุณาไปยังขั้นตอนต่อไป ถ้าไม่มี ติดต่อบริษัทประกันภัยของคุณ
  3. กรอกรายละเอียดทั้งหมดใน ส่วนที่ 2 รวมทั้งจดความเสียหายของรถทั้งหมดของคุณและของบุคคลที่สามลงในส่วนที่ 3 และส่วนที่ 4 ตามลำดับ ผู้ขับขี่ลงลายเซ็นบนเอกสารของตัวเองและบนเอกสารของบุคคลที่สาม และแลกเปลี่ยนแบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
  4. นำแบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของบุคคลที่สามไปติดต่อบริษัทประกันภัยศรีเมือง ในกรณีที่คุณมีประกันชั้น 1 ไม่ว่าคุณเป็นฝ่ายผิดหรือไม่ผิด และซ่อมรถของคุณกับบริษัทประกันภัยศรีเมือง
  5. ในกรณีที่คุณมีประกันภัยชั้น 2, 3 หรือ 4 และคุณเป็นฝ่ายผิด ให้นำแบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของบุคคลที่สามซึ่งเป็นฝ่ายถูกเพื่อติดต่อบริษัทประกันภัยศรีเมืองต่อบุคคลที่สามที่รอเพื่อแจ้งการเรียกร้องขอค่าสินไหมชดเชย บริษัทประกันภัยจะรับผิดชอบต่อการซ่อมแซมรถ
  6. ในกรณีที่คุณมีประกันภัยชั้น 2, 3 หรือ 4 และคุณเป็นฝ่ายถูก ให้นำแบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของบุคคลที่สามซึ่งเป็นฝ่ายผิดเพื่อติดต่อบริษัทประกันภัยของเขาเพื่อแจ้งการเรียกร้องค่าสินไหมชดเชย

ขอแบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนฉบับใหม่จากบริษัทประกันภัยเพื่อการใช้ในอนาคต  


ข้าพเจ้าควรทำอย่างไรเมื่อรถจองข้าพเจ้าเกิดอุบัติเหตุ?

วิธีปฏิบัติเมื่อรถของคุณเกิดอุบัติเหตุ:

  1. โปรดทำตามขั้นตอนของโครงการ “ชนแล้วแยก (Knock for Knock)” ดูใต้โครงการ “ชนแล้วแยก (Knock for Knock)” ข้าพเจ้าควรทำอย่างไรเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
  2. โปรดรายงานอุบัติเหตุให้บริษัททราบโดยทันที หมายเลขโทรศัพท์ถูกระบุไว้ในสติกเกอร์หรือบัตร ต่อไปนี้เป็นหมายเลขโทรศัพท์ 0-2686-8616  

ต้องใช้ข้อมูลอะไรบ้างเมื่อเกิดอุบัติเหตุ?

โปรดสื่อสารข้อมูลด้านล่าง:

  • ชื่อของผู้เอาประกันและ/หรือหมายเลขกรมธรรม์ของรถที่เกิดอุบัติเหตุ
  • หมายเลขลงทะเบียน, ยี่ห้อ และสีของรถที่เกิดอุบัติเหตุ
  • ชื่อของผู้ขับขี่
  • สรุปย่อว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นอย่างไร
  • สถานที่เกิดอุบัติเหตุ (โปรดให้จุดสังเกตที่จดจำได้ง่าย) และสถานที่นัดหมาย เช่น สถานีตำรวจ หรือสถานที่ที่คุณย้ายไป

ยิ่งมีรายละเอียดมาก ก็จะช่วยให้เราส่งผู้สำรวจไปยังจุดเกิดได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น
โปรดจดชื่อของผู้สำรวจและเวลาโทรสำหรับการอ้างอิงของคุณ  


ข้าพเจ้าควรทำอย่างไร หากข้าพเจ้าไม่สามารถติดต่อบริษัทประกันภัยได้เมื่อรถของข้าพเจ้าเกิดอุบัติเหตุ? (หากคุณไม่ใช่ฝ่ายผิด)

  1. ในกรณีที่รถยนต์ของบุคคลที่สามหรือบุคคลอื่น (ในที่นี้เรียกว่า “บุคคลที่สาม”) ไม่มีประกัน โปรดปฏิบัติดังต่อไปนี้:

    • ขอให้บุคคลที่สามเขียนใบแสดงความรับผิด และทำสำเนาจากสำเนาทะเบียนรถของเขา หากคุณไม่สามารถหามาได้ โปรดบันทึกหมายเลขทะเบียนรถ บันทึกหมายเลขทะเบียน ยี่ห้อรถของบุคคลที่สาม ชื่อและที่อยู่ของผู้ขับขี่บุคคลที่สาม
    • เก็บเอกสารของบุคคลที่สาม เช่น ใบขับขี่หรือบัตรประจำตัวประชาชน
    • รายงานตำรวจในพื้นที่ ทำสำเนาบันทึกประจำวันของตำรวจ และส่งมาให้เรา
    • แจ้งให้เราทราบทันทีในวันทำการถัดไป
       
  2. ในกรณีที่รถของบุคคลที่สามมีประกันภัย
    • แลกเปลี่ยน แบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน (แผ่นสีขาวที่แนบมากับกรมธรรม์ประกันภัย) ซึ่งบริษัทประกันภัยทั้งสองได้ออกให้สำหรับประเภทประกันภัยประเภท 1, 2, 3 และอื่นๆ
    • หากบุคคลที่สามไม่มีแบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ขอให้เขาติดต่อบริษัทประกันภัยของเขา
    • ขอบันทึกการยอมรับผิดของบุคคลที่สามจากผู้สำรวจของบริษัทประกันภัย
    • แจ้งให้เราทราบทันทีในวันทำการถัดไป
       
  3. ขั้นตอนการกรอกแบบฟอร์มการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
    1. แสดงแบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนและถามบุคคลที่สามว่าเขามีแบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนคล้ายกับของคุณหรือไม่ ถ้ามี โปรดดำเนินการต่อด้านล่างนี้ ถ้าไม่มี ติดต่อบริษัทประกันภัยของคุณ
    2. ยืนยันหมายเลขทะเบียนของรถยนต์ที่อ้างถึงในแบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของบุคคลที่สามว่าเป็นเลขเดียวกับแผ่นป้ายทะเบียนรถของเขาหรือไม่ ถ้าไม่มี ติดต่อบริษัทประกันภัยของคุณ หากใช่ ดำเนินการขั้นตอนต่อไป
    3. กรอกรายละเอียดใน ส่วนที่ 2 ของแบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของคุณ รวมทั้งบันทึกรายการความเสียหายทั้งหมดที่มีต่อรถยนต์ของคุณและรถยนต์ของบุคคลที่สามใน ส่วนที่ 3 และส่วนที่ 4 ตามที่มีการตกลงร่วมกันซึ่งควรจะเหมือนกันในเอกสารทั้งสอง
    4. ลงลายเซ็นของคุณในแบบฟอร์มการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของตนเองรวมทั้งในเอกสารของบุคคลที่สาม ทำเครื่องหมายในช่อง “ถูก” ในกรณีที่คุณไม่ใช่ฝ่ายผิด ทำเครื่องหมายในช่อง “ผิด” หากคุณเป็นฝ่ายผิด หรือทำเครื่องหมาย “ประมาททั้งสองฝ่าย” หากทั้งสองฝ่ายประมาท หากไม่สามารถระบุว่าฝ่ายใดผิด ควรใช้การตัดสินของตำรวจจราจร
    5. แลกเปลี่ยนแบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนกับบุคคลที่สาม และนำเอกสารมาติดต่อบริษัทประกันภัยของคุณภายใน 7 วันเพื่อแจ้งอุบัติเหตุเป็นลายลักษณ์อักษร และเพื่อปกป้องสิทธิ์ของคุณในการการเรียกร้องเงินชดเชยก่อนที่จะมีการซ่อมแซมรถยนต์ของคุณ
    6. ในกรณีที่รถยนต์ของคุณอยู่ภายใต้เงื่อนไขประกันภัยชั้น 2 ลงมา (เพลิงไหม้และขโมยสำหรับบุคคลภายนอก) หรือชั้น 3 (เฉพาะบุคคลที่สาม) และคุณเป็นฝ่ายถูก ให้นำแบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของบุคคลที่สามซึ่งเป็นฝ่ายผิดมา เพื่อติดต่อบริษัทประกันภัยของเขาในการแจ้งการเรียกร้องค่าสินไหมชดเชยภายใน 7 วัน
    7. ขอแบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนฉบับใหม่จากบริษัทประกันภัยเพื่อการใช้เมื่อเกิดอุบัติเหตุในอนาคต
       
  4. ในกรณีที่รถยนต์ของบุคคลที่สามมีประกัน แต่บุคคลที่สามไม่สามารถติดต่อบริษัทประกันภัยของตนได้
    • จดชื่อบริษัทประกัน, หมายเลขกรมธรรม์และวันหมดอายุ
    • บันทึกหมายเลขทะเบียน รุ่นรถยนต์ของบุคคลที่สาม ชื่อและที่อยู่ของผู้ขับขี่บุคคลที่สาม
    • ขอให้บุคคลที่สามเขียนใบแสดงความรับผิดและขอสำเนาของทะเบียนรถยนต์ของเขา หากคุณไม่สามารถหามาได้ โปรดบันทึกทะเบียน รถ
    • เก็บเอกสารของบุคคลที่สาม เช่น ใบขับขี่หรือบัตรประจำตัวประชาชน
    • รายงานตำรวจในพื้นที่ ทำสำเนาบันทึกประจำวันของตำรวจ และส่งมาให้เรา
    • แจ้งให้เราทราบทันทีในวันทำการถัดไป

ข้าพเจ้าควรทำอย่างไร หากข้าพเจ้าไม่สามารถติดต่อบริษัทประกันภัยได้เมื่อรถของข้าพเจ้าเกิดอุบัติเหตุ? (หากคุณเป็นฝ่ายผิด)

  1. ในกรณีที่รถยนต์ของบุคคลที่สามไม่มีประกันภัยใดๆ หรือ “แบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน” โปรดปฏิบัติต่อไปนี้
    • จัดเตรียมการนัดหมายกับบุคคลที่สามเพื่อให้มาที่สำนักงานของเราพร้อมกับรถยนต์ที่เสียหายในวันทำการ และถ่ายรูปไว้ล่วงหน้าหากเป็นไปได้
    • หลังจากตำรวจตัดสินแล้วว่าคุณเป็นฝ่ายผิด ขอให้บุคคลที่สามทำสำเนาบันทึกประจำวันของตำรวจ และนำรถยนต์ที่เสียหายของเขามาที่บริษัทของเรา
    • ในกรณีที่มีหลักฐานชัดเจนว่าคุณเป็นฝ่ายผิด ให้เขียนใบแสดงความรับผิดให้กับเขา
       
  2. ในกรณีที่ T/P มีประกันชั้น1, 2, 3 หรือชั้นอื่นๆ และเขา/เธอมี “แบบฟอร์มการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน”

    แลกเปลี่ยน “แบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน” (เอกสารแผ่นสีขาวที่แนบมากับกรมธรรม์ประกันภัย) ซึ่งบริษัทออกให้และทำตามที่ขั้นตอนซึ่งระบุไว้ในแบบฟอร์มหรือในรายการที่ 1.3

ข้าพเจ้าควรทำอย่างไร หากข้าพเจ้าไม่สามารถติดต่อบริษัทประกันภัยได้เมื่อรถของข้าพเจ้าเกิดอุบัติเหตุ?
(หากทั้งสองยืนยันว่าต่างฝ่ายประมาท)

  1. ในกรณีที่ทั้งสองฝ่ายประมาทและมีประกันภัยประเภท 1, 2, 3 และอื่นๆ และเขามี “แบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน”
    • แลกเปลี่ยน “แบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน” (เอกสารแผ่นสีขาวที่แนบมากับกรมธรรม์ประกันภัย) ซึ่งบริษัทออกให้และทำตามที่ขั้นตอนซึ่งระบุไว้ในแบบฟอร์มหรือในรายการที่ 1.3
       
  2. ในกรณีที่รถยนต์ของบุคคลที่สามไม่มีประกันภัยใดๆ หรือ “แบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน” โปรดปฏิบัติต่อไปนี้
    • หากคดีมีการสืบสวนสอบสวนโดยตำรวจ และตำรวจตัดสินว่าผู้เอาประกันประมาท โปรดทำสำเนาบันทึกประจำวันของตำรวจและติดต่อเราพร้อมกับรถยนต์ที่เสียหาย
    • หากคดีไม่ได้ถูกสืบสวนสอบสวนโดยตำรวจ ขอให้เขาเขียนบันทึกว่าทั้งสองฝ่ายประมาท

ข้าพเจ้าควรทำอย่างไร หากข้าพเจ้าไม่สามารถติดต่อบริษัทประกันภัยได้เมื่อรถของข้าพเจ้าเกิดอุบัติเหตุ? (หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตัดสินได้ว่าใครเป็นฝ่ายผิด)

  • แจ้งความในท้องถิ่นทันที
  • อย่าเคลื่อนย้ายรถยนต์จนกว่าตำรวจจะมาถึงที่เกิดเหตุ
  • ให้ตำรวจตัดสินว่าใครเป็นฝ่ายผิด ถ้าหากคุณไม่ได้เป็นฝ่ายผิด ให้ดูในหัวข้อที่ 1
  • ถ้าหากคุณเป็นฝ่ายผิด ให้ดูที่หัวข้อที่ 2

ข้าพเจ้าควรทำอย่างไร หากข้าพเจ้าไม่สามารถติดต่อบริษัทประกันภัยได้เมื่อรถของข้าพเจ้าเกิดอุบัติเหตุ? (หากคุณทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ) 

  • พาเขาไปยังโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ใกล้ที่สุดโดยทันทีเพื่อเข้ารับการรักษาเบื้องต้น หากคุณมีโยบายบังคับ โปรดแสดงเอกสาร เช่น สติกเกอร์ ที่บริษัทประกันภัยได้ให้คุณเพื่อแนบกระจกหน้าแก่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล เกือบทุกโรงพยาบาลจะให้การรักษาเบื้องต้นแก่แก่ผู้บาดเจ็บ คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายเพราะว่าโรงพยาบาลจะส่งใบเพิ่มหนี้ให้กับเราทีหลัง แต่บางโรงพยาบาลอาจให้คุณสำรองจ่ายและจะชำระเงินคืนให้คุณทีหลัง
  • แจ้งให้เราทราบทันทีในวันทำการถัดไป

ข้าพเจ้าควรทำอย่างไร หากข้าพเจ้าไม่สามารถติดต่อบริษัทประกันภัยได้เมื่อรถของข้าพเจ้าเกิดอุบัติเหตุ? (เมื่อรถของคุณถูกยึด) 

หากรถของคุณถูกยึดเพื่อการสอบสวนสืบสวนที่สถานีตำรวจ คุณควรนำสิ่งของมีค่าทั้งหมดออกจากรถ ขอให้ตำรวจตรวจสอบและบันทึกลงบันทึกประจำวัน  


ข้าพเจ้าควรทำอย่างไร หากข้าพเจ้าไม่สามารถติดต่อบริษัทประกันภัยได้เมื่อรถของข้าพเจ้าเกิดอุบัติเหตุ? (เมื่อรถของคุณถูกขโมย) 

โปรดโทรหาศูนย์บริการรถยนต์หาย 1192 (เฉพาะในประเทศไทย) และรายงานบริษัทโดยทันที หลังจากนั้น โปรดรายงานสถานีตำรวจในเขตที่รถถูกขโมยไปด้วยเอกสารต่อไปนี้

  1. หนังสือทะเบียนรถ (พร้อมลายเซ็นผู้มีอำนาจและประทับตรา)
  2. ใบมอบฉันทะ (พร้อมลายเซ็นผู้มีอำนาจและประทับตรา)
  3. สำเนาหนังสือรับรองของบริษัท (พร้อมลายเซ็นผู้มีอำนาจและประทับตรา)
  4. สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้อำนวยการที่มอบอำนาจพร้อมลายเซ็น (บุคคลที่มอบอำนาจในนามของเขา)
  5. สำเนาของบุคคลที่มีอำนาจพร้อมลายเซ็นของเขา (บุคคลที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่) หากรถที่หายอยู่ภายใต้สัญญาเช่าซื้อ บริษัทไฟแนนซ์หรือลีสซิ่งจะจัดเตรียมให้ โปรดขอสิ่งเหล่านี้

หลังจาก 1 เดือนนับจากวันที่รถยนต์หาย โปรดติดต่อพนักงานของเราอีกครั้งเพื่อขอหนังสือคำร้องต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับความคืบหน้าของรถที่ถูกขโมยและรอคำตอบ ในเวลาเดียวกันโปรดเตรียมเอกสารเพื่อเรียกร้องการชดเชยค่าสินไหมทดแทนดังต่อไปนี้

  1. หนังสือทะเบียนรถ (พร้อมลายเซ็นผู้มีอำนาจและประทับตรา)
  2. ใบมอบฉันทะ (พร้อมลายเซ็นผู้มีอำนาจและประทับตรา)
  3. การโอนกรรมสิทธิ์ (พร้อมลายเซ็นผู้มีอำนาจและประทับตรา)
  4. สำเนาหนังสือรับรองของบริษัท (พร้อมลายเซ็นผู้มีอำนาจและประทับตรา)
  5. สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของบุคคลผู้มีอำนาจพร้อมลายเซ็นของเขา
  6. กุญแจ  

ข้าพเจ้าควรทำอย่างไร หากข้าพเจ้าไม่สามารถติดต่อบริษัทประกันภัยได้เมื่อรถของข้าพเจ้าเกิดอุบัติเหตุ? (รถของคุณไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้เนื่องจากอุบัติเหตุ) 

โปรดโทรไปที่ หจก. สหมิตรเครน (สุขุมวิท 36)
เบอร์โทรศัพท์ 0-2258 6103, 0-2258 6108, 0-2258 6170 โทรสาร

บริษัท สหมิตร รถยนต์ จำกัด (สาขาห้วยขวาง)
เบอร์โทรศัพท์ 0-2277 0939, 0-2277 7255 โทรสาร

อัตราค่าลากจูงในกรณีของรถยนต์ กระบะ หรือรถยนต์สี่ล้ออื่นๆ

  • ในกรุงเทพฯ ค่าธรรมเนียมสูงสุดเป็นเงินบาท 500 บาท / ครั้ง
  • ในเขตกรุงเทพฯ เช่น บางนา-ตราด กม. 4, สำโรง หลักสี่, ตลิ่งชัน, พุทธมณฑล, พระราม 2 (ธนบุรี-ปากท่อ), ลาดกระบัง
    ค่าธรรมเนียมสูงสุดเป็นบาท 600-800 บาท / ครั้ง
  • ในต่างจังหวัดใกล้กรุงเทพฯ เช่น ปทุมธานี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรสาคร นครปฐม
    ค่าธรรมเนียมสูงสุดเป็นบาท 1,200-1,500 บาท / ครั้ง

นอกเหนือจากค่าลากจูงในจังหวัดอื่นๆ ของประเทศไทยจะคำนวณโดยการวัดระยะทาง หนึ่งกิโลเมตรคิดเป็นบาท 10 - ยกตัวอย่างจากกรุงเทพฯ ไปนครราชสีมา คิดเป็นประมาณ 2,580 บาท

ในกรณีที่รถยนต์เสียหายมากจนไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปได้ด้วยล้อ พนักงานรถยกจะต้องใช้ล้อพิเศษเพื่อเคลื่อนย้าย ค่าบริการเพิ่มเติมคือ 500 - 800 บาท  


ข้าพเจ้าควรทำอย่างไร หากข้าพเจ้าไม่สามารถติดต่อบริษัทประกันภัยได้เมื่อรถของข้าพเจ้าเกิดอุบัติเหตุ? (การประกันตัวผู้ขับขี่) 

บริษัทจะจัดเตรียมเงินประกันเพื่อการประกันตัวผู้ขับขี่ตามขีดจำกัดความรับผิดสูงสุดสำหรับกรมธรรม์การประกันตัวผู้ขับขี่ที่ระบุเป็นลายลักษณ์อักษรในกรมธรรม์ประกันภัย

โทษทางอาญาทั่วไปสำหรับผู้ขับขี่

  • ทำความเสียหายของทรัพย์สินของบุคคลที่สาม ปรับ 400 บาท - ถึง 1,000 บาท
  • ทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ (เล็กน้อย) ปรับไม่เกิน 1,000 บาท - จำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ (รุนแรง) ปรับไม่เกิน 6,000 บาท - จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • เป็นเหตุให้ถึงตาย ปรับไม่เกิน 20,000 บาท - จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • หากผู้ขับขี่หนีจากที่เกิดเหตุหรือไม่รายงานตัวกับตำรวจสืบสวนสอบสวน

บทลงโทษเพิ่มเติมคือการปรับไม่เกิน 5,000 บาท - 20,000 บาท - จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ และรถที่เกิดอุบัติเหตุจะถูกยึดจนกว่าคดีจะสิ้นสุด

คุณต้องการพูดคุยกับเรา?

คุณสามารถติดต่อกับเราได้ตลอดเวลา ที่นี่