-----------------------------
บริษัท โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทในเครือ/กลุ่มโตเกียวมารีน (ต่อไปนี้เรียกว่า “บริษัท” “เรา” “ของเรา”) ตระหนักและให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทจะดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“PDPA”) รวมถึงกฎหมาย กฎเกณฑ์ ระเบียบ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องซึ่งออกโดยหน่วยงานกำกับดูแลที่มีอำนาจหน้าที่ รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (“คปภ.”) อย่างเคร่งครัด
บริษัทตระหนักดีว่าผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ ที่บริษัทนำเสนอในฐานะส่วนหนึ่งของการให้บริการด้านการประกันภัยแบบครบวงจรนั้น มีความเกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม การใช้ การเปิดเผย หรือการดำเนินการอื่นใดเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล (รวมเรียกว่า “การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล”) ดังนั้น บริษัทจึงได้จัดทำประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ขึ้นตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เพื่อให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปอย่างโปร่งใส และเพื่อให้ท่านได้รับทราบถึงสิทธิของท่านภายใต้กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ (“ประกาศความเป็นส่วนตัว”) จัดทำขึ้นเพื่อแจ้งให้ท่านทราบถึงแนวปฏิบัติของบริษัทเกี่ยวกับการประมวลผลและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับช่องทางการติดต่อบริษัทสำหรับการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือการใช้สิทธิของท่านตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น บริษัทขอแนะนำให้ท่านอ่านและทำความเข้าใจประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้โดยละเอียด
ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ใช้บังคับกับบุคคลในกลุ่มงานด้านการขายและการจัดจำหน่ายของบริษัท ไม่ว่าจะมีความสัมพันธ์กับบริษัทอยู่ในปัจจุบันหรือสิ้นสุดไปแล้วก็ตาม โดยครอบคลุมถึง ผู้สมัครเป็นตัวแทนประกันชีวิต ตัวแทนประกันชีวิตรวมถึงผู้บริหารตัวแทนทุกระดับ ผู้เข้าร่วมกิจกรรม หลักสูตรฝึกอบรม หรือ โครงการที่เกี่ยวข้องกับงานขาย ตลอดทั้ง บุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับช่องทางตัวแทนหรือช่องทางการจัดจำหน่ายของบริษัท
ส่วนนี้อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการที่บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลดังกล่าว รวมถึงมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตลอดวงจรความสัมพันธ์ระหว่างตัวแทนประกันชีวิตกับบริษัท ตั้งแต่กระบวนการสรรหา การรับเข้าร่วมงาน การบริหารจัดการผลการปฏิบัติงาน ตลอดจนภายหลังการสิ้นสุดความสัมพันธ์
ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ใช้บังคับกับบุคคลภายใต้การบริหารทรัพยากรบุคคลและกำลังคนของบริษัท ไม่ว่าจะมีความสัมพันธ์กับบริษัทอยู่ในปัจจุบันหรือสิ้นสุดไปแล้วก็ตาม โดยครอบคลุมถึง ผู้สมัครงานและผู้ได้รับการพิจารณาคัดเลือกเข้าทำงาน พนักงาน (รวมถึงการจ้างงานทุกประเภท) พนักงานชั่วคราว นักศึกษาฝึกงาน และบุคลากรที่ปฏิบัติงานผ่านผู้รับจ้างภายนอก กรรมการบริษัทและผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา และ ผู้อยู่ในความอุปการะ ผู้รับผลประโยชน์ บุคคลที่สามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน บุคคลอ้างอิง ผู้ค้ำประกัน และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง
ส่วนนี้อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลดังกล่าว รวมถึงมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตลอดวงจรการจ้างงาน ตั้งแต่การสรรหาและคัดเลือกบุคลากร การเข้าปฏิบัติงาน การบริหารจัดการการจ้างงาน ตลอดจนภายหลังการสิ้นสุดการจ้างงาน
ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ใช้บังคับกับบุคคลและนิติบุคคลที่มีการติดต่อหรือมีปฏิสัมพันธ์กับบริษัท ไม่ว่าจะมีความสัมพันธ์กับบริษัทอยู่ในปัจจุบันหรือสิ้นสุดไปแล้วก็ตาม โดยครอบคลุมถึง ผู้จัดจำหน่าย ผู้จัดหาสินค้าและผู้ให้บริการ ที่ปรึกษา ผู้รับจ้าง และบุคลากรที่ให้บริการผ่านการจ้างเหมาภายนอก พันธมิตรทางธุรกิจและคู่สัญญา กรรมการ พนักงาน ผู้แทนและผู้มีอำนาจดำเนินการแทนนิติบุคคลดังกล่าว บุคคลภายนอกที่ติดต่อ ประสานงาน หรือมีปฏิสัมพันธ์กับบริษัท ผ่านฝ่ายทรัพยากรบุคคล ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายบริหารงานทั่วไป หรือหน่วยงานอื่นของบริษัท
ส่วนนี้อธิบายแนวทางที่บริษัทใช้ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลดังกล่าว รวมถึงมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตลอดวงจรความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ตั้งแต่การเริ่มต้นติดต่อและการจัดทำสัญญา ไปจนถึงการให้บริการอย่างต่อเนื่อง การดำเนินงาน และการจัดการหลังสิ้นสุดความสัมพันธ์
ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ใช้บังคับกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการบริการด้านการประกันภัยและบริการที่เกี่ยวข้องของบริษัท ไม่ว่าจะมีความสัมพันธ์กับบริษัทอยู่ในปัจจุบันหรือสิ้นสุดไปแล้วก็ตาม โดยครอบคลุมถึงผู้มุ่งหวังที่ยื่นคำขอเอาประกันภัยหรือใช้บริการเกี่ยวกับการประกันภัย เจ้าของกรมธรรม์ ผู้ถือกรมธรรม์ ผู้เอาประกันภัย ผู้ชำระเบี้ยประกันภัย ผู้รับผลประโยชน์ และสมาชิกประกันภัยกลุ่ม รวมทั้ง ลูกค้าที่กรมธรรม์สิ้นผลบังคับ หรือสิ้นสุดสัญญาไปแล้ว และ บุคคลอื่นใดที่ติดต่อกับบริษัทเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการประกันภัย
ส่วนนี้อธิบายแนวทางที่บริษัทใช้ในการประมวลผลและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าตลอดช่วงเวลาที่มีความสัมพันธ์กับลูกค้า ตั้งแต่ขั้นตอนก่อนการเข้าทำสัญญา ไปจนถึงภายหลังสิ้นสุดความสัมพันธ์
“พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หรือ “PDPA”
หมายถึง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงกฎหมายลำดับรองที่อาศัยอำนาจพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในการตราขึ้นและตามที่มีการแก้ไขเป็นครั้งคราว ตลอดถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งมีผลบังคับใช้และออกโดยหน่วยงานกำกับอื่นในประเทศไทย
“ข้อมูลส่วนบุคคล”
หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
“ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว”
หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมเป็นครั้งคราว ตลอดจนกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกัน
“ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล”
หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการตัดสินใจเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล”
หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
“ลูกค้า”
หมายถึง ลูกค้าประกันภัย รวมถึง ผู้เอาประกันภัย เจ้าของกรมธรรม์ ผู้ถือกรมธรรม์ ผู้รับประโยชน์ ผู้ชำระเบี้ยประกันภัย สมาชิกประกันภัยกลุ่ม ว่าที่ลูกค้าที่สมัครทำกรมธรรม์ประกันภัยหรือบุคคลอื่นใดที่สนใจกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัท ไม่ว่าสัญญาประกันภัยดังกล่าวจะยังมีผลบังคับใช้หรือได้สิ้นผลบังคับแล้วก็ตาม
“ฝ่ายขาย /ตัวแทนประกันภัย”
หมายถึง ตัวแทนประกันชีวิต และผู้บริหารตัวแทนทุกระดับ ตัวแทนประกันชีวิตฝึกหัด (หากมี) นายหน้าประกันภัย ผู้สมัครเข้าร่วมเป็นตัวแทน รวมถึงบุคคลอื่นใดที่มีความประสงค์จะปฏิบัติหน้าที่เป็นคนกลางประกันภัยของบริษัท ไม่ว่าสถานะดังกล่าวจะยังคงมีผลอยู่หรือสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม
“คู่ค้า”
หมายถึง บุคคลธรรมดา นิติบุคคล หรือผู้แทนที่ได้รับอำนาจของบุคคลดังกล่าว ที่เข้าทำหรือเคยเข้าทำสัญญา หรือมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท ไม่ว่าความสัมพันธ์ดังกล่าวจะยังคงมีผลอยู่หรือสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม
“บุคลากร”
หมายถึง ผู้ถือหุ้น กรรมการ พนักงานทุกประเภทของบริษัท รวมถึงผู้สมัครงาน ผู้เข้ารับการฝึกอบรม หรือผู้ฝึกงาน โดยไม่คำนึงว่าสถานะดังกล่าวจะยังคงมีผลอยู่หรือสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม
“บุคคลภายนอก” หรือ “ผู้ให้บริการ”
หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นนอกเหนือจากบริษัท เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือบุคคลซึ่งปฏิบัติหน้าที่ภายใต้อำนาจโดยตรงของบริษัท ที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคล หรือดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อหรือในนามของบริษัท ซึ่งรวมถึงผู้ขายสินค้าหรือบริการ ผู้ให้บริการภายนอก และพันธมิตรภายนอกที่ได้รับว่าจ้างให้ปฏิบัติหน้าที่หรือให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท ไม่ว่าความสัมพันธ์ดังกล่าวจะยังคงมีผลอยู่หรือสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม
“บุคคลอื่น”
หมายถึง บุคคลอื่นใดที่ไม่ใช่ ลูกค้าของบริษัท ฝ่ายขายของบริษัท พันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท หรือ บุคลากรของบริษัท ตามนิยามที่กำหนดไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้
“การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล”
หมายถึง การดำเนินการใด ๆ หรือชุดของการดำเนินการที่กระทำต่อข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าจะโดยวิธีการอัตโนมัติหรือไม่ก็ตาม ซึ่งรวมถึงการเก็บรวบรวม การใช้ การเปิดเผย การจัดเก็บ การเก็บรักษา การแก้ไขเปลี่ยนแปลง การลบ การทำลาย หรือการดำเนินการในลักษณะอื่นใดเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
“ปัญญาประดิษฐ์ (AI)”
หมายถึง เทคโนโลยีใด ๆ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อให้ระบบคอมพิวเตอร์สามารถแสดงคุณลักษณะหรือพฤติกรรมที่คล้ายคลึงกับมนุษย์ เช่น การเรียนรู้ การรับรู้ การตอบสนองต่อสภาพแวดล้อม การใช้เหตุผล และการแก้ไขปัญหา โดยอาศัยวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่มนุษย์กำหนดขึ้น
“การตัดสินใจโดยอัตโนมัติ”
หมายถึง การตัดสินใจใด ๆ ที่เกิดขึ้นโดยอาศัยกระบวนการอัตโนมัติทั้งหมดโดยปราศจากการแทรกแซงของมนุษย์ โดยอาศัยการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อัลกอริทึม หรือกฎเกณฑ์ของระบบ ที่ปราศจากการแทรกแซงของมนุษย์
“การจัดทำโปรไฟล์”
หมายถึง การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยวิธีการอัตโนมัติในรูปแบบใดก็ตาม ซึ่งเป็นการนำข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวมาใช้เพื่อประเมินลักษณะเฉพาะของบุคคลหนึ่งบุคคลใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อวิเคราะห์หรือคาดการณ์แง่มุมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับผลการปฏิบัติงาน ความชอบ พฤติกรรม สถานที่อยู่หรือตำแหน่งที่ตั้ง ตลอดจนคุณลักษณะอื่นใดของบุคคลนั้น
“บริการคลาวด์”
หมายถึง โครงสร้างพื้นฐาน แพลตฟอร์ม หรือโซลูชันซอฟต์แวร์ที่ให้บริการโดยบุคคลภายนอก ซึ่งใช้สำหรับการประมวลผล การจัดเก็บ หรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคล ที่อาจตั้งอยู่ภายในหรือภายนอกประเทศไทย
การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
เมื่อท่านติดต่อบริษัท ใช้บริการของบริษัท หรือเข้าทำสัญญากับบริษัท บริษัทอาจเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังต่อไปนี้
การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
ข้อมูลนี้ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด อายุ อาชีพ เพศ รูปถ่าย หรือภาพเคลื่อนไหว ตลอดจนข้อมูลการติดต่อ เช่น หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่ อีเมล ข้อมูลติดต่อผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และข้อมูลบุคคลที่สามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉินของท่าน นอกจากนี้ บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลอื่นใดที่มีความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่ท่านร้องขอ หรือวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท รวมถึงเพื่อการนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการ การให้บริการ หรือการเข้าทำสัญญา
การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
ในบางกรณี บริษัทอาจเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวของท่าน เช่น ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลประวัติอาชญากรรม หรือข้อมูลชีวมิติ (รวมถึงรูปถ่ายที่ใช้เพื่อการพิสูจน์และยืนยันตัวตน เช่น ภาพนิ่ง หรือข้อมูลที่ได้จากกระบวนการตรวจสอบการมีชีวิตอยู่ของบุคคล)
ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอม บริษัทจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านก่อนดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่บริษัทสามารถดำเนินการได้โดยอาศัยข้อยกเว้นตามที่กฎหมายกำหนด
หากมีความจำเป็นต้องได้รับความยินยอม และท่านไม่ให้ความยินยอม บริษัทอาจไม่สามารถเข้าทำสัญญากับท่าน หรือไม่สามารถให้บริการบางส่วนหรือทั้งหมดแก่ท่านได้
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ที่ขึ้นอยู่กับช่องทางการติดต่อสื่อสาร ประเภทธุรกรรม หรือวัตถุประสงค์เฉพาะ โปรดศึกษารายละเอียดในหัวข้อที่เกี่ยวข้องด้านล่างของประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้
ในกรณีที่ท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล หรือไม่สามารถให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นสำหรับการเข้าทำสัญญากับบริษัท และ/หรือการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาระหว่างท่านกับบริษัท บริษัทอาจไม่สามารถดำเนินการตามคำขอของท่าน หรืออาจไม่สามารถให้บริการหรือจัดหาผลิตภัณฑ์ให้แก่ท่านได้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
นอกจากนี้ อาจมีบางกรณีที่บริษัทจำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีดังกล่าว อาจส่งผลให้บริษัทและ/หรือท่านฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และในกรณีดังกล่าว บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องระงับ หรือยุติการให้บริการแก่ท่านทั้งหมดหรือบางส่วน
บริษัทเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของฝ่ายขายที่เกี่ยวข้องกับการสรรหาและคัดเลือก การรับเข้าเป็นตัวแทน การบริหารจัดการสัญญา การปฏิบัติตามกฎและระเบียบ การฝึกอบรมและพัฒนา การประเมินผลการปฏิบัติงาน ตลอดจนกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ในกรณีที่ท่านสมัครเข้าร่วมเป็นตัวแทนขายของบริษัท เข้าทำสัญญาเกี่ยวกับการขาย ขอรับหรือได้รับบริการหรือสิทธิประโยชน์จากบริษัท หรือเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการสรรหา การฝึกอบรม หรือกิจกรรมด้านการขาย บริษัทอาจเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมดังกล่าว
บริษัทจะเก็บรวบรวมเฉพาะข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความจำเป็น มีความเกี่ยวข้อง และได้สัดส่วนกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้เท่านั้น ทั้งนี้ ในบางกรณี บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว โดยเป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง
1.ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
บริษัทอาจเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง)
2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
บริษัทอาจเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว เช่น
บริษัทเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร การบริหารจัดการการจ้างงาน การบริหารค่าตอบแทนและสวัสดิการ การบริหารผลการปฏิบัติงาน ตลอดจนการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมอาจแตกต่างกันไปตามลักษณะของความสัมพันธ์ในการจ้างงาน และขั้นตอนของวงจรชีวิตการจ้างงาน
1. ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
บริษัทอาจเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง)
2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
บริษัทอาจเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว ซึ่งรวมถึง
1. ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
บริษัทอาจเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง)
2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
บริษัทอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวตามความจำเป็น ซึ่งรวมถึง
1. ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
บริษัทอาจเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง)
2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
บริษัทอาจเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว ซึ่งรวมถึง
โดยทั่วไป บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลผ่านช่องทางและวิธีการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
2.1 การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยอัตโนมัติและการใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติ
เมื่อท่านเข้าถึงหรือใช้งานเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ หรือบริการต่าง ๆ ของบริษัท (รวมถึงบริการที่ให้ผ่านแพลตฟอร์มของบุคคลภายนอก) บริษัทอาจเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลบางประเภท ผ่านระบบที่ทำงานอยู่บนแพลตฟอร์ม แอปพลิเคชัน และสภาพแวดล้อมการจัดเก็บข้อมูลแบบคลาวด์ (Cloud-Based Platforms) รวมถึงระบบที่ดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอก
ในบริบทนี้ บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลบางประการที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลทางเทคนิคและข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานโดยอัตโนมัติผ่านคุกกี้ (Cookies) เทคโนโลยีติดตาม (Tracking Technologies) หรือวิธีการอัตโนมัติอื่น ๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงข้อมูลดังต่อไปนี้
ข้อมูลดังกล่าวอาจถูกเก็บรวบรวมและประมวลผลโดยใช้ระบบอัตโนมัติ เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล หรือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การดำเนินงานของระบบ การเฝ้าระวังด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การตรวจจับการทุจริต การวิเคราะห์ประสิทธิภาพ และการปรับปรุงการให้บริการ
บริษัทอาจนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีขั้นสูงอื่น ๆ มาใช้เพื่อสนับสนุนการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล การประเมินความเสี่ยง และการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
ในกรณีที่มีการใช้กระบวนการประมวลผลข้อมูลโดยอัตโนมัติ บริษัทจะจัดให้มีมาตรการคุ้มครอง มาตรการควบคุม และกลไกการกำกับดูแลที่เหมาะสม ซึ่งรวมถึงการเข้ามาดูแลตรวจสอบโดยมนุษย์ในกรณีที่จำเป็น เพื่อให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นธรรม และโปร่งใส สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
บริษัทจะไม่อาศัยการตัดสินใจโดยอัตโนมัติเพียงอย่างเดียว (Automated Decision-Making) ในกรณีที่การตัดสินใจดังกล่าวก่อให้เกิดผลทางกฎหมาย หรือผลกระทบในลักษณะสำคัญในทำนองเดียวกันต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่จะได้รับอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและมีฐานทางกฎหมายที่เหมาะสมรองรับ
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้คุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันปรากฏอยู่ใน นโยบายคุกกี้ (Cookie Policy) ของบริษัท โดยบริษัทขอแนะนำให้ท่านศึกษาและทำความเข้าใจนโยบายดังกล่าวก่อนเข้าถึงหรือใช้งานเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ของบริษัท
บริษัทรับรองความโปร่งใสของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยอัตโนมัติ และจะอำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามกฎหมายกำหนด
2.2 การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านโดยตรง
บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านโดยตรงเมื่อท่านมีปฏิสัมพันธ์กับบริษัท ไม่ว่าจะโดยวิธีการใดก็ตาม รวมถึงกรณีดังต่อไปนี้
2.3 การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากบุคคลภายนอก
บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากบุคคลภายนอก ในกรณีที่กฎหมายอนุญาตให้ดำเนินการได้ ซึ่งรวมถึง
ในกรณีที่บริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากบุคคลภายนอก บริษัทจะดำเนินการให้มั่นใจว่าการเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง และความชอบด้วยกฎหมายของข้อมูลนั้น
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการที่บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ที่เกี่ยวข้องกับช่องทางการติดต่อ ประเภทธุรกรรม หรือวัตถุประสงค์เฉพาะ โปรดศึกษารายละเอียดในหัวข้อที่เกี่ยวข้องของประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้
(ก) การได้รับข้อมูลโดยตรงจากท่าน
เมื่อท่านติดต่อสื่อสารหรือมีปฏิสัมพันธ์กับบริษัทผ่านช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นลายลักษณ์อักษร ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือการสื่อสารด้วยวาจา โดยไม่คำนึงว่าฝ่ายใดเป็นผู้เริ่มการปฏิสัมพันธ์ รวมถึงกรณีที่ท่านเข้าถึง หรือมีปฏิสัมพันธ์กับเอกสาร ระบบงาน แพลตฟอร์ม หรือลิงก์ที่บริษัทจัดให้
(ข) ข้อมูลที่ได้รับจากบุคคลภายนอก
เมื่อบริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากบุคคลภายนอก ซึ่งอาจรวมถึง ฝ่ายขายอื่น พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ให้บริการสมาคมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ หน่วยงานกำกับดูแล เช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) แหล่งข้อมูลสาธารณะ หรือแหล่งข้อมูลทางการค้าที่ชอบด้วยกฎหมายอื่น ๆ ทั้งนี้ การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลในลักษณะดังกล่าวอาจดำเนินการเพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การปฏิบัติตามสัญญา การปฏิบัติตามกฎหมายและการกำกับดูแล การตรวจสอบ หรือเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
(ค) การรักษาความปลอดภัยและการเข้าออกสถานที่
เมื่อท่านเข้า ออก หรืออยู่ภายในสถานที่ทำการของบริษัท บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลผ่านระบบควบคุมการเข้าออกสถานที่ เช่น บัตรผ่านเข้าออก รหัสผ่านหรือรหัสยืนยันตัวตน ระบบชีวมิติ (Biometric Systems) และระบบวงจรปิด (CCTV)
(ง) การสรรหาและการเข้าทำงาน
เมื่อท่านสมัครเข้าร่วมเป็นตัวแทนขาย หรือได้รับการแต่งตั้งให้ปฏิบัติงานในฐานะตัวแทนขายของบริษัท ซึ่งรวมถึงกระบวนการสมัคร การสรรหา การรับเข้าร่วมงาน และกระบวนการทำสัญญา
(จ) ระหว่างอายุสัญญา
เมื่อมีการเก็บรวบรวม หรือข้อมูลส่วนบุคคลเกิดขึ้นในระหว่างความสัมพันธ์ตามสัญญา เพื่อปฏิบัติตามภาระผูกพันตามสัญญา การปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และให้บริการ มอบสิทธิประโยชน์ หรือการให้การสนับสนุนการดำเนินงาน
(ฉ) การบริหารค่าตอบแทนและการเงิน
เมื่อมีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อคำนวณค่าตอบแทน ค่านายหน้า สิทธิประโยชน์ และเพื่อปฏิบัติตามภาระหน้าที่ด้านภาษีอากรและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
(ช) การดำเนินงานและการติดต่อทางธุรกิจ
เมื่อท่านมีปฏิสัมพันธ์กับบุคลากรของบริษัทหรือพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท ซึ่งรวมถึงการปฎิสัมพันธ์ผ่านการประชุม การติดต่อสื่อสาร หรือการใช้ระบบงานและแพลตฟอร์มต่าง ๆ
(ซ) การประเมินผลการปฏิบัติงาน
เมื่อมีการเก็บรวบรวม หรือสร้างข้อมูลส่วนบุคคลขึ้นเพื่อใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติงาน ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลพฤติกรรม ข้อมูลทางวินัย และผลการประเมินการปฏิบัติงาน
(ฌ) การฝึกอบรมและพัฒนา
เมื่อมีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเข้าร่วมหลักสูตรฝึกอบรม การพัฒนาวิชาชีพ และข้อกำหนดเกี่ยวกับการออกใบอนุญาตหรือการรับรองคุณวุฒิ
(ญ) สิทธิประโยชน์และกิจกรรมทางธุรกิจ
เมื่อมีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ การเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการขายต่าง ๆ โครงการสร้างแรงจูงใจ และกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือการขาย
การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยระบบอัตโนมัติ
ในบางกรณี ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมผ่านช่องทางต่าง ๆ ข้างต้น อาจถูกนำมาประมวลผลโดยใช้ระบบอัตโนมัติ เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล หรือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตลอดวงจรชีวิตของระบบ AI (AI Lifecycle) ซึ่งรวมถึงวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล การตรวจจับการทุจริต การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบ การประเมินความเสี่ยง การพัฒนาและฝึกสอนโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI Model Development and Training) และการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
บริษัทรับรองว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นธรรม และโปร่งใส โดยมีมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมและการกำกับดูแลโดยมนุษย์ ที่เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง
(ก) การได้รับข้อมูลโดยตรงจากท่าน
เมื่อท่านให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัทโดยตรงในระหว่างกระบวนการสรรหา การรับเข้าทำงาน การจ้างงาน หรือการติดต่อสื่อสารอื่นใดกับบริษัท ซึ่งรวมถึงการยื่นใบสมัคร การทำสัญญา และการติดต่อสื่อสารต่างๆ
(ข) ระบบและเทคโนโลยีภายในองค์กร
เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลถูกสร้างขึ้นจากการใช้งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ แอปพลิเคชัน เครือข่าย อุปกรณ์ และเครื่องมือสื่อสารต่าง ๆ ของบริษัท
(ค) การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยอัตโนมัติและทางเทคนิค
เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลถูกเก็บรวบรวมโดยอัตโนมัติผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลหรือระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัย ซึ่งรวมถึง
(ง) ข้อมูลที่ได้รับจากบุคคลภายนอก
เมื่อบริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากบุคคลภายนอก ซึ่งรวมถึง บริษัทจัดหางาน บุคคลอ้างอิง หน่วยงานกำกับดูแล พันธมิตรทางธุรกิจ และแหล่งข้อมูลสาธารณะ
(จ) ตลอดวงจรการจ้างงาน
เมื่อมีการเก็บรวบรวม หรือการจัดทำข้อมูลส่วนบุคคลตลอดระยะเวลาการจ้างงาน ซึ่งรวมถึง
(ก) การติดต่อหรือมีปฏิสัมพันธ์โดยตรง
เมื่อมีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลในระหว่างกระบวนการเจรจาสัญญา การขึ้นทะเบียนเป็นคู่ค้า การตรวจสอบสถานะกิจการ ตลอดจนการติดต่อสื่อสารหรือการประชุมทางธุรกิจต่าง ๆ
(ข) การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยอัตโนมัติและด้วยวิธีการทางเทคนิค
เมื่อมีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลผ่านการใช้งานระบบและสิ่งอำนวยความสะดวกของบริษัท ซึ่งรวมถึง
(ค) ข้อมูลที่ได้รับจากบุคคลภายนอก
เมื่อบริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากบุคคลภายนอก ซึ่งอาจรวมถึงบริษัทจัดหางาน บุคคลอ้างอิง หน่วยงานกำกับดูแล พันธมิตรทางธุรกิจ บริษัทในกลุ่ม และแหล่งข้อมูลสาธารณะหรือแหล่งข้อมูลเชิงพาณิชย์
(ง) ระหว่างวงจรของสัญญา
เมื่อมีการเก็บรวบรวมและจัดทำข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ทางสัญญหรือการจัดเตรียมบริการ ซึ่งรวมถึง
(ก) การได้รับข้อมูลโดยตรงจากท่าน
เมื่อท่านติดต่อสื่อสาร หรือมีปฏิสัมพันธ์กับบริษัทผ่านช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นลายลักษณ์อักษร ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ การสื่อสารด้วยวาจา หรือการติดต่อแบบพบหน้า (Face-to-Face) รวมถึงกรณีที่ท่านกรอกใบคำขอหรือแบบฟอร์มต่าง ๆ ยื่นคำแถลง ขอรับใบเสนอราคา ซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัย ปรับปรุงข้อมูลกรมธรรม์ ยื่นคำร้องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ชำระเงิน หรือติดต่อศูนย์บริการลูกค้า
(ข) ผ่านตัวแทนประกันภัย นายหน้าประกันภัย และคนกลาง
เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลถูกส่งต่อมายังบริษัทผ่าน ตัวแทนประกันภัย นายหน้าประกันภัย พันธมิตรทางธุรกิจด้านแบงก์แอสชัวรันส์ ช่องทางการจัดจำหน่ายต่าง ๆ คนกลางทางธุรกิจ บุคคลอื่นที่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเสนอขายผลิตภัณฑ์ประกันภัย
(ค) ข้อมูลที่ได้รับจากบุคคลภายนอก
เมื่อบริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากบุคคลภายนอก ซึ่งรวมถึงหน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานภาครัฐ ผู้ให้บริการด้านสุขภาพ โรงพยาบาล คลินิก บริษัทรับประกันภัยต่อ พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ให้บริการ แหล่งข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ แหล่งข้อมูลทางธุรกิจหรือแหล่งข้อมูลในอุตสาหกรรมที่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การพิจารณารับประกันภัย การประเมินสินไหมทดแทน การตรวจจับการทุจริต การปฏิบัติตามกฎหมาย หรือการปฏิบัติตามสัญญา
(ง) แพลตฟอร์มดิจิทัลและเทคโนโลยีอัตโนมัติ
เมื่อท่านเข้าถึงหรือใช้งานเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน บริการออนไลน์ แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ของบริษัท หรือบริการที่ให้ผ่านแพลตฟอร์มของบุคคลภายนอก ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลอาจถูกเก็บรวบรวมโดยอัตโนมัติผ่านคุกกี้ เทคโนโลยีติดตาม บันทึกการใช้งานระบบ เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล หรือวิธีการอัตโนมัติอื่น
(จ) ตลอดวงจรชีวิตของกรมธรรม์และการให้บริการ
เมื่อมีการเก็บรวบรวม หรือเกิดข้อมูลส่วนบุคคลขึ้นระหว่างความสัมพันธ์กับลูกค้า ซึ่งรวมถึงระหว่างการพิจารณารับประกันภัย การออกกรมธรรม์ การเก็บเบี้ยประกันภัย การให้บริการตามกรมธรรม์ การต่ออายุกรมธรรม์ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงกรมธรรม์ การเรียกร้องและพิจารณาสินไหมทดแทน การสืบสวนข้อเท็จจริง การจัดการข้อร้องเรียน และการบริหารจัดการภายหลังการสิ้นสุดความสัมพันธ์
(ฉ) การรักษาความปลอดภัยและการเข้าออกสถานที่
เมื่อท่านเข้า ออก หรืออยู่ภายในสถานที่ทำการของบริษัท บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลผ่านระบบควบคุมการเข้าออกสถานที่ และระบบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) เพื่อวัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัยและการรักษาความมั่นคงปลอดภัย
การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยระบบอัตโนมัติ
ในบางกรณี ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมผ่านช่องทางต่าง ๆ ข้างต้น อาจได้รับการประมวลผลผ่านระบบอัตโนมัติ เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล หรือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตลอดวงจรชีวิตของระบบ AI (AI Lifecycle) ซึ่งรวมถึงการเตรียมข้อมูล การพัฒนาโมเดล การฝึก การทดสอบ การติดตามผลการทำงานอย่าง เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การดำเนินงานด้านการประกันภัย การสนับสนุนการพิจารณารับประกันภัย การตรวจจับการทุจริต การประเมินความเสี่ยง การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบ การพัฒนาคุณภาพการให้บริการ การเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
บริษัทจะดำเนินการให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นธรรม และโปร่งใส พร้อมจัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการกำกับดูแลโดยมนุษย์ที่เหมาะสม และให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ในกรณีที่ท่านให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่น หรือบุคคลที่สามแก่บริษัท (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ผู้สมัคร พนักงาน ลูกค้า ผู้รับผลประโยชน์ พันธมิตรทางธุรกิจ สมาชิกในครอบครัว หรือบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้อง) ท่านรับรองและยืนยันว่า
การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้รับผลประโยชน์หรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องจะต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
ภายใต้ขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต ท่านตกลงชดใช้ค่าเสียหายและปกป้องบริษัทจากความเสียหาย ความสูญเสีย ความรับผิด ค่าใช้จ่าย ต้นทุน หรือบทลงโทษใด ๆ (รวมถึงค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย หรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ค่าปรับ เบี้ยปรับ ดอกเบี้ย หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เรียกเก็บโดยหน่วยงานที่มีอำนาจ) ที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการที่ท่านเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือฝ่าฝืนประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ซึ่งรวมถึงการกระทำหรือการละเว้นการกระทำใด ๆ ของท่านท่าน หรือของพนักงาน ผู้แทน ตัวแทน หรือที่ปรึกษาของท่าน
บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธ ระงับ หรือจำกัดการให้บริการแก่ท่าน ในกรณีที่ท่านไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนดข้างต้น
บริษัทจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ และเป็นไปตามฐานทางกฎหมายที่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
4.1 วัตถุประสงค์ด้านการกำกับดูแลและตรวจสอบ
บริษัทอาจเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามความจำเป็นเพื่อการกำกับดูแลและส่งเสริมธุรกิจประกันภัยโดยหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (“คปภ.”) ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฏหมายว่าด้วยคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย พระราชบัญญัติประกันชีวิต และ/หรือพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย ตลอดจนตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ คปภ.
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายของสำนักงาน คปภ. สามารถศึกษาได้จากเว็บไซต์ https://www.oic.or.th
4.2 ฐานทางกฎหมายสำหรับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทอาจดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ หรือหลายวัตถุประสงค์ร่วมกัน โดยอ้างอิงตามฐานของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
1. ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
(ก) การปฏิบัติตามสัญญา
เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาที่ท่านเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนการทำสัญญา
(ข) หน้าที่ตามกฎหมาย
เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ หรือข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
(ค) ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือของบุคคลภายนอก โดยไม่กระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานและเสรีภาพของท่าน
(ง) ภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือการใช้อำนาจรัฐ
เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือการปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่บริษัท
(จ) การป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ
เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
(ฉ) การวิจัย สถิติ และการจัดทำเอกสารจดหมายเหตุ
เพื่อการศึกษาวิจัย การจัดทำสถิติ หรือการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยมีมาตรการปกป้องข้อมูลที่เหมาะสม
(ช) ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ
เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ โดยมีมาตรการคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม
(ซ) ข้อเรียกร้องตามกฎหมาย
เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การใช้สิทธิเรียกร้อง หรือการปกป้องสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
(ฌ) ความยินยอม
ในกรณีที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอม และไม่สามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นได้ บริษัทจะดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน
2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
บริษัทจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวเฉพาะในกรณีที่มีความจำเป็นและกฎหมายอนุญาตเท่านั้น โดยอาศัย:
4.3 การประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์เพิ่มเติมหรือวัตถุประสงค์ใหม่
เว้นแต่กฎหมายจะอนุญาตไว้เป็นอย่างอื่น หากบริษัทมีความประสงค์จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ หรือเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์เดิมที่ได้เก็บรวบรวมข้อมูลไว้ บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงวัตถุประสงค์ดังกล่าว และหากจำเป็น บริษัทจะขอความยินยอมจากท่านก่อนดำเนินการประมวลผลดังกล่าว
4.4 ข้อมูลเพิ่มเติม
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ที่เกี่ยวข้องกับช่องทางการติดต่อสื่อสาร ประเภทธุรกรรม หรือวัตถุประสงค์เฉพาะ โปรดศึกษารายละเอียดในหัวข้อที่เกี่ยวข้องในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้
การใช้ระบบประมวลผลอัตโนมัติและปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ในบางกรณี บริษัทอาจใช้ระบบอัตโนมัติ เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล หรือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทตลอดวงจรชีวิตของระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI Lifecycle) ซึ่งรวมถึง การเตรียมข้อมูล การพัฒนาและฝึกสอนโมเดล การทดสอบ การนำระบบไปใช้งาน การติดตามผลอย่างต่อเนื่อง การยุติหรือเลิกใช้งานระบบ กิจกรรมที่สนับสนุนโดย AI ดังกล่าวอาจครอบคลุมถึงการตรวจจับการทุจริต การติดตามความเสี่ยง การวิเคราะห์ประสิทธิภาพ ความปลอดภัยของระบบ และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
บริษัทจะดำเนินการให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นธรรม และโปร่งใส พร้อมจัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม รวมถึงการกำกับดูแลโดยบุคคล ตามสมควร และสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
(ก) การดำเนินธุรกิจหลักและการปฏิบัติตามสัญญา
(ข) การฝึกอบรมและพัฒนา
(ค) การตลาดและการสร้างการมีส่วนร่วม
(ง) การดำเนินงานทางธุรกิจ
(จ) การปฏิบัติตามกฎหมาย การบริหารความเสี่ยง และการกำกับดูแล
(ฉ) เทคโนโลยีสารสนเทศ ความมั่นคงปลอดภัย และปัญญาประดิษฐ์
(ก) การบริหารทรัพยากรบุคคล
(ข) การบริหารจัดการสถานที่ทำงานและการดำเนินงาน
(ค) การปฏิบัติตามกฎหมาย การบริหารความเสี่ยง และการกำกับดูแล
(ง) เทคโนโลยีสารสนเทศ ความมั่นคงปลอดภัย และปัญญาประดิษฐ์
(ก) การบริหารจัดการผู้จัดหาสินค้าและการบริการ และสัญญา
(ข) การจัดซื้อจัดจ้างและการดำเนินธุรกิจ
(ค) การบริหารจัดการและการสนับสนุน
(ง) การปฏิบัติตามกฎหมาย การบริหารความเสี่ยง และการกำกับดูแล
(จ) เทคโนโลยีสารสนเทศ ความมั่นคงปลอดภัย และปัญญาประดิษฐ์
(ก) วัตถุประสงค์ด้านการประกันภัยและการปฏิบัติตามสัญญา
เพื่อการรับเข้าเป็นลูกค้า การประเมินก่อนเข้าทำสัญญา การพิจารณารับประกันภัย การออกกรมธรรม์ การบริหารจัดการสัญญา การเก็บเบี้ยประกันภัย การให้บริการกรมธรรม์ การต่ออายุกรมธรรม์ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงกรมธรรม์ การจัดการข้อเรียกร้อง การจ่ายผลประโยชน์ และการปฏิบัติตามภาระผูกพันตามสัญญา
(ข) การให้บริการลูกค้าและการบริหารความสัมพันธ์
เพื่อตอบข้อซักถาม จัดการข้อร้องเรียน การให้บริการสนับสนุน การบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า การอำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสาร และปรับปรุงคุณภาพการให้บริการและประสบการณ์ของลูกค้า
(ค) การพิจารณารับประกันภัยทางการแพทย์และการประเมินสินไหมทดแทน
เพื่อการพิจารณาปัจจัยทางการแพทย์และไม่ใช่ทางการแพทย์ในการพิจารณาการรับประกันภัย การประเมินความสามารถในการทำประกันภัย ตรวจสอบสิทธิ์ การประมวลผลการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ตรวจสอบเหตุข้อเรียกร้อง ประสานงานกับผู้ให้บริการด้านสุขภาพ และบริหารจัดการผลประโยชน์ประกันภัย
(ง) การตลาดและการสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจ
เพื่อการสื่อสารทางการตลาด การนำเสนอผลิตภัณฑ์ กิจกรรมส่งเสริมการขาย การแบ่งกลุ่มลูกค้า การสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า การวิเคราะห์ข้อมูล และกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ทั้งนี้ ภายใต้ข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องและข้อกำหนดเกี่ยวกับการขอความยินยอม
(จ) การดำเนินงานทางธุรกิจและการวิเคราะห์ข้อมูล
เพื่อการจัดทำรายงานภายใน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจ การพัฒนาคุณภาพการให้บริการ การวิเคราะห์ข้อมูล การวางแผนการดำเนินงาน การประกันคุณภาพ และการบริหารจัดการธุรกิจภายในองค์กร
(ฉ) การปฏิบัติตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ การบริหารความเสี่ยง และการกำกับดูแล
เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งรวมถึงข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ข้อกำหนดในการป้องกันการทุจริต ภาระหน้าที่ทางภาษี การจัดการข้อพิพาท การสืบสวน การตรวจสอบ การติดตามความเสี่ยง และการก่อตั้งสิทธิเรียกร้อง การใช้สิทธิ หรือการต่อสู้ตามสิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย
(ช) เทคโนโลยีสารสนเทศ ความมั่นคงปลอดภัย และปัญญาประดิษฐ์
เพื่อควบคุมการเข้าถึงระบบ การพิสูจน์ยืนยันตัวตน การเฝ้าระวังด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การตรวจจับการทุจริต การป้องกันเหตุ การบริหารจัดการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจ ตลอดจนการดำเนินงานและการปรับปรุงระบบและโครงสร้างพื้นฐานของบริษัท รวมถึงการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสนับสนุนงานด้านการประกันภัย ซึ่งอาจรวมถึงการนำข้อมูลส่วนบุคคลมาใช้เพื่อ การพัฒนา ฝึกฝน ทดสอบ ปรับเทียบ และติดตามผลโมเดลปัญญาประดิษฐ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ความน่าเชื่อถือ และความเป็นธรรมของบริการที่อาศัยปัญญาประดิษฐ์ ทั้งนี้ ภายใต้มาตรการที่เหมาะสมในการจำกัดการใช้ข้อมูลเท่าที่จำเป็นและมาตรการป้องกันที่รัดกุม
บริษัทมุ่งมั่นในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและรักษาความลับของข้อมูลดังกล่าว โดยบริษัทจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะในกรณีที่กฎหมายอนุญาตหรือกำหนดไว้ หรือในกรณีที่มีความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวนี้
บริษัทจะดำเนินการให้การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ เป็นไปภายใต้มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม และสอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
ทั้งนี้ บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่ผู้รับข้อมูลกลุ่มต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
บุคคลภายในบริษัท
บุคลากรภายในบริษัท ซึ่งรวมถึงพนักงาน กรรมการ ผู้บริหาร และผู้ที่ได้รับอนุญาต โดยเท่าที่จำเป็นตามหลัก Need-to-Know Basis เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามความรับผิดชอบของตน
ผู้ให้บริการ (ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล)
บุคคลภายนอกที่บริษัทว่าจ้างให้ดำเนินงานหรือให้บริการในนามของบริษัท ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้ให้บริการระบบคลาวด์ ผู้ให้บริการโครงสร้างระบบคลาวด์พื้นฐาน ผู้ให้บริการจัดเก็บข้อมูล ผู้ให้บริการประมวลผลข้อมูล ศูนย์บริการลูกค้า ผู้ให้บริการรับชำระเงิน ผู้ให้บริการด้านการตลาด ผู้ให้บริการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ผู้ให้บริการภายนอกอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท
พันธมิตรทางธุรกิจและคู่สัญญา
บุคคลหรือนิติบุคคลที่บริษัทมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจหรือตามสัญญา ซึ่งรวมถึงผู้จัดจำหน่าย คนกลาง พันธมิตรทางธุรกิจ และคู่สัญญาอื่น ๆ
บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัย
บริษัทประกันภัยอื่น บริษัทรับประกันภัยต่อ นายหน้าประกันภัย สมาคมในอุตสาหกรรมประกันภัย หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันภัย
หน่วยงานกำกับดูแลและหน่วยงานรัฐ
หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ ซึ่งรวมถึง สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายศาล หรือหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ ที่กฎหมายกำหนดหรืออนุญาตให้เปิดเผยข้อมูลให้
ที่ปรึกษาวิชาชีพ
ผู้สอบบัญชี ที่ปรึกษากฎหมาย ที่ปรึกษาทางธุรกิจ ที่ปรึกษาวิชาชีพอื่นที่ปฏิบัติหน้าที่ในนามของบริษัท
บริษัทในเครือและบริษัทในกลุ่ม
บริษัทต่าง ๆ ภายในกลุ่มบริษัทเดียวกัน ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อวัตถุประสงค์ที่สอดคล้องกับประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้
บุคคลภายนอกอื่น
บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นใดที่บริษัทมีความจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้ เพื่อการปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย การใช้สิทธิตามกฎหมาย หรือกรณีที่ได้รับความยินยอมจากท่าน
(ก) การเปิดเผยข้อมูลภายในบริษัท
ข้อมูลส่วนบุคคลอาจถูกเข้าถึงหรือเปิดเผยแก่บุคลากรภายในบริษัทที่ได้รับมอบหมาย โดยเป็นไปตามหลักการเข้าถึงข้อมูลเท่าที่จำเป็น และตามโครงสร้างการบริหารงานของบริษัท ซึ่งรวมถึง
(ข) การเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลภายนอก
บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลภายนอกบริษัท ซึ่งรวมถึง
(ก) การเปิดเผยข้อมูลภายในบริษัท
ข้อมูลส่วนบุคคลอาจถูกเปิดเผยภายในบริษัทตามหลักการเข้าถึงข้อมูลเท่าที่จำเป็น (Need-to-Know Basis) ซึ่งรวมถึงการเปิดเผยแก่ ผู้บริหารและหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับงานทรัพยากรบุคคล งานปฏิบัติการ งานเทคโนโลยีสารสนเทศ งานการเงิน กฎหมาย การกำกับดูแลการปฏิบัติงาน การบริหารความเสี่ยง และการตรวจสอบภายใน รวมถึงหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องซึ่งจำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการปฏิบัติหน้าที่และตามความรับผิดชอบของตน
(ข) การเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลภายนอก
บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลภายนอกบริษัท ซึ่งรวมถึง
(ก) การเปิดเผยข้อมูลภายในบริษัท
ข้อมูลส่วนบุคคลอาจถูกเปิดเผยภายในบริษัทตามหลักการเข้าถึงข้อมูลเท่าที่จำเป็น รวมถึงแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งรับผิดชอบด้านการจัดซื้อ งานด้านการปฏิบัติการ งานเทคโนโลยีสารสนเทศ งานการเงิน งานกฎหมาย งานกำกับการปฏิบัติตามกฎหมาย งานบริหารความเสี่ยง งานตรวจสอบภายใน
(ข) การเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลภายนอก
บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลภายนอก ซึ่งรวมถึง
(ก) การเปิดเผยข้อมูลภายในบริษัท
ข้อมูลส่วนบุคคลอาจถูกเข้าถึงหรือเปิดเผยแก่บุคลากรภายในบริษัทที่ได้รับอนุญาตตามหลักการเข้าถึงข้อมูลเท่าที่จำเป็น ซึ่งรวมถึงบุคลากรที่รับผิดชอบในด้านการพิจารณารับประกันภัย การพิจารณาสินไหมทดแทน การให้บริการลูกค้า การปฏิบัติการ การเงิน คณิตศาสตร์ประกันภัย การบริหารผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยีสารสนเทศ กฎหมาย การกำกับการปฏิบัติงาน การบริหารความเสี่ยง การตรวจสอบภายใน และฝ่ายบริหาร
(ข) การเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลภายนอก
บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลภายนอก ซึ่งรวมถึง
บริษัทอาจโอน จัดเก็บ หรือดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทั้งภายในและภายนอกราชอาณาจักรไทย อันเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจตามปกติของบริษัท ทั้งนี้ อาจรวมถึงการใช้บริการบนระบบคลาวด์ การใช้เซิร์ฟเวอร์ร่วม ระบบงานส่วนกลาง การว่าจ้างบุคคลภายนอกให้ดำเนินการแทน หรือการใช้โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีบนระบบคลาวด์รูปแบบอื่น ๆ (รวมถึงศูนย์ข้อมูลที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ) ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลอาจถูกดำเนินการโดยบริษัทในเครือ ผู้ให้บริการ หรือบุคคลภายนอกที่ตั้งอยู่ในเขตอำนาจต่าง ๆ
การโอนข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวอาจเกิดขึ้นในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลถูกจัดเก็บอยู่บนระบบคลาวด์ ถูกประมวลผลผ่านระบบในระดับภูมิภาคหรือระดับสากล มีการแบ่งปันข้อมูลภายในกลุ่มบริษัทเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการดำเนินงานหรือการวิเคราะห์ข้อมูล หรือถูกประมวลผลโดยผู้ให้บริการภายนอกซึ่งดำเนินการในนามของบริษัท
บริษัทใช้บริการผู้ให้บริการระบบคลาวด์ และผู้ให้บริการโครงสร้างระบบคลาวด์พื้นฐาน สำหรับการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการภายใต้มาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ในกรณีที่มีการโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ บริษัทจะดำเนินการให้การโอนข้อมูลดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมเพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลยังคงได้รับการคุ้มครองในระดับที่เพียงพอ โดยมาตรการดังกล่าวรวมถึง การจัดทำข้อตกลงหรือจัดทำสัญญาทางกฎหมาย ความรับผิดชอบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้รับข้อมูล และมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคนิคและองค์กร
บริษัทได้กำหนดและดำรงไว้ซึ่งกรอบการด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลอย่างครอบคลุม เพื่อให้มั่นใจว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย และอยู่ภายใต้การควบคุมตลอดวงจรชีวิตของข้อมูลส่วนบุคคล โดยสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
7.1 หลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทรับรองว่า ข้อมูลส่วนบุคคลจะได้รับการป้องกันจากการเข้าถึง การใช้งาน การเปิดเผย การแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือการทำลายโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยการนำมาตรการป้องกันที่เหมาะสมมาใช้ในทุกขั้นตอนการประมวลผล ซึ่งรวมถึงมาตรการดังต่อไปนี้
7.2 มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและการควบคุมการดำเนินงาน
เพื่อสนับสนุนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทได้กำหนดมาตรการควบคุมทั้งด้านเทคนิค (Technical Controls) และด้านองค์กร (Organizational Controls) ที่เหมาะสม ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง:
7.3 การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านข้อมูล
บริษัทใช้แนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงตามระดับความเสี่ยง (Risk-Based Approach) ที่เกี่ยวข้องกับประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงความเสี่ยงที่เกิดจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ และการว่าจ้างบุคคลภายนอก
ความเสี่ยงที่สำคัญ อาจรวมถึง
เพื่อบริหารและลดความเสี่ยงดังกล่าว บริษัทได้นำมาตราควบคุมที่เหมาะสมมาใช้ เช่น
7.4 การกำกับดูแลและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
บริษัทมีกรอบการบริหารจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่สอดคล้องกับมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งรวมถึง ISO/IEC 27001 (Information Security Management System: ISMS) และ ISO/IEC 27701 (Privacy Information Management System: PIMS)
บริษัทรับรองว่า
มาตรการและการควบคุมดังกล่าวใช้บังคับกับทั้งระบบงานภายในองค์กร (On-Premises Environment) และระบบงานบนคลาวด์ (Cloud-Based Environment) เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลได้รับการคุ้มครองที่สม่ำเสมอ ไม่ว่าจะถูกประมวลผลในสภาพแวดล้อมใดก็ตาม
บริษัทมุ่งมั่นที่จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้อย่างเคร่งครัด รวมถึงเป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้เพียงระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว และจะไม่เก็บรักษาไว้นานเกินกว่าระยะเวลาที่มีความจำเป็นตามสมควร
ตลอดระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะดูแลรักษาข้อมูลส่วนบุคคลให้มีความปลอดภัยอยู่เสมอ โดยมีมาตรการป้องกันทางเทคนิคและมาตรการเชิงองค์กรที่เหมาะสมรองรับ และจำกัดการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตและมีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลดังกล่าวเท่านั้น ตามหลักการ Need-to-Know Basis
บริษัทมีการทบทวนข้อมูลส่วนบุคคลที่จัดเก็บไว้อย่างสม่ำเสมอและเป็นระบบ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลดังกล่าวยังคงมีความจำเป็น มีความเกี่ยวข้อง และไม่เกินกว่าความจำเป็นเมื่อพิจารณาจากวัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
เมื่อครบกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษา ข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกลบ หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลได้ โดยดำเนินการอย่างปลอดภัย ภายในระยะเวลาที่เหมาะสมและมีกระบวนการควบคุมดูแลที่ชัดเจน และเป็นไปตามนโยบายภายในที่กำหนดไว้ ข้อกำหนดทางกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมาตรฐานความปลอดภัยที่เป็นที่ยอมรับ โดยทั่วไป การลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจะดำเนินการภายในระยะเวลาไม่เกินสอง (2) ปี นับแต่วันที่ครบกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูล โดยเป็นไปตามรอบการลบข้อมูลที่กำหนดและมีการติดตามตรวจสอบ เว้นแต่มีกรณีจำเป็นหรือเหตุสุดวิสัยที่ส่งผลให้ไม่สามารถดำเนินการภายในระยะเวลาดังกล่าวได้
บริษัทรับรองว่า บริษัทมีระบบการกำกับดูแล การควบคุม และการติดตามตรวจสอบที่เหมาะสมตลอดวงจรชีวิตของข้อมูล เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสมและเป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน
ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลมีดังต่อไปนี้
ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลมีรายละเอียดดังนี้
โดยระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลมีดังต่อไปนี้
โดยทั่วไป ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของกรมธรรม์ ผู้ถือกรมธรรม์ ผู้เอาประกันภัย ผู้รับผลประโยชน์ ผู้ชำระเบี้ยประกันภัย และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ตามสัญญาประกันภัย จะถูกเก็บรักษาไว้ตลอดระยะเวลาที่มีความสัมพันธ์ตามสัญญาหรือความสัมพันธ์ด้านการประกันภัย และต่อเนื่องเป็นระยะเวลาไม่เกินสิบ (10) ปี นับจากวันที่ความสัมพันธ์ดังกล่าวสิ้นสุดลง กรมธรรม์สิ้นผลบังคับ ครบกำหนดสัญญา การพิจารณาสินไหมทดแทนเสร็จสิ้น หรือมีการติดต่อสื่อสารกับบริษัทเป็นครั้งสุดท้าย เว้นแต่กฎหมายจะกำหนดหรืออนุญาตให้บริษัทเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวไว้เป็นระยะเวลานานกว่านั้น ซึ่งรวมถึงกรณีเพื่อการปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือเพื่อการดำเนินการเกี่ยวกับข้อเรียกร้องทางกฎหมาย
ข้อมูลเพื่อการดำเนินงาน (Operational Data) เช่น ภาพจากโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) บันทึกการเข้าใช้งานระบบ (Access Logs) บันทึกการสนทนาทางโทรศัพท์ และบันทึกข้อมูลทางเทคนิคบางประเภท โดยทั่วไป บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวไว้เป็นระยะเวลาสั้นกว่า ซึ่งโดยปกติจะอยู่ระหว่างสามสิบ (30) วัน ถึงเก้าสิบ (90) วัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะและวัตถุประสงค์ของข้อมูลแต่ละประเภทดังกล่าว
ท่านมีสิทธิในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ท่านสามารถยื่นคำขอเพื่อใช้สิทธิของท่านได้ผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนดที่ https://www.tokiomarinelife.co.th/pdpa
บริษัทอาจกำหนดแบบฟอร์ม วิธีการ และเงื่อนไขที่เหมาะสมสำหรับการใช้สิทธิแต่ละประเภทตามที่กฎหมายกำหนด
ในกรณีที่มีกฎหมาย ประกาศ หลักเกณฑ์ หรือข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องกำหนดสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติม หรือมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้สิทธิในภายหลัง บริษัทจะดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายดังกล่าว และอาจปรับปรุงรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้สิทธิ รวมถึงแบบฟอร์ม วิธีการ และช่องทางการยื่นคำขอได้ตามความเหมาะสม
ทั้งนี้ ท่านสามารถตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดเกี่ยวกับสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล วิธีการใช้สิทธิ และช่องทางการยื่นคำขอได้ที่ https://www.tokiomarinelife.co.th/pdpa ซึ่งบริษัทจะใช้เป็นช่องทางหลักในการเผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และการปรับปรุงแก้ไขที่เกี่ยวข้องเป็นครั้งคราว
บริษัทจะดำเนินการตามคำขอของท่านให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการตามสมควรเพื่อยืนยันตัวตนของท่านก่อนที่จะดำเนินการตามคำร้องขอใดๆ และบริษัทอาจปฏิเสธที่จะดำเนินการตามคำร้องขอของท่าน หรืออาจจำกัดขอบเขตในการดำเนินการต่อคำร้องขอดังกล่าว ในกรณีที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องอนุญาตให้กระทำได้
เว้นแต่กฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ท่านมีสิทธิดังต่อไปนี้
1. สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล - ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงขอให้บริษัทเปิดเผยถึงวิธีที่ได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอมในการเก็บรวบรวมไว้
2. สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง - ท่านมีสิทธิขอแก้ไขหรือปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนให้เป็นปัจจุบัน
3. สิทธิในการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล - ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่สามารถระบุตัวตนได้ ในกรณีที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องอนุญาตให้กระทำได้
4. สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล - ท่านมีสิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในบางกรณี รวมถึงกรณีที่มีการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม หากการโอนข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวมีความจำเป็นต่อการดำเนินงานหรือการให้บริการของบริษัท หากท่านใช้สิทธิคัดค้าน บริษัทอาจไม่สามารถดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลบางประการตามที่ได้แจ้งไว้ในข้างต้นได้
5. สิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล - ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ในกรณีที่สามารถดำเนินการได้ด้วยวิธีการทางเทคนิค
6. สิทธิในการจำกัดการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล - ท่านมีสิทธิร้องขอให้บริษัทจำกัดการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ในบางสถานการณ์
7. สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม - ในกรณีที่บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยความยินยอมของท่าน ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ การถอนความยินยอมดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ดำเนินการไปแล้วโดยชอบก่อนวันที่มีการถอนความยินยอม
8. สิทธิในการร้องเรียน - ท่านมีสิทธิยื่นข้อร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ การใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวอาจอยู่ภายใต้เงื่อนไข ข้อจำกัด หรือข้อยกเว้นตามที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด
หากท่านมีข้อสอบถามใดๆเกี่ยวกับประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ หรือต้องการใช้สิทธิในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถติดต่อบริษัทผ่านช่องทางดังต่อไปนี้
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
อีเมล: dpo@tokiomarinelife.co.th
ช่องทางติดต่อทั่วไปและนำส่งคำร้องขอตามประกาศฉบับนี้
บริษัทจะดำเนินการพิจารณาและตอบข้อซักถาม และคำขอทั้งหมดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทจะดำเนินการตรวจสอบและยืนยันตัวตนของผู้ยื่นคำขอก่อนดำเนินการตามคำร้องดังกล่าว
หากท่านยังไม่ได้รับคำตอบที่พึงพอใจจากบริษัท ท่านมีสิทธิยื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับดูแลที่มีอำนาจตามกฎหมาย เช่น คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทขอสงวนสิทธิในการแก้ไข ปรับปรุง หรือปรับเปลี่ยนประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เป็นครั้งคราว ตามความเหมาะสม และตามที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องอนุญาต
ในกรณีที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของประกาศความเป็นส่วนตัว บริษัทจะดำเนินการตามสมควรเพื่อแจ้งให้ท่านทราบผ่านช่องทางที่เหมาะสม ทั้งนี้ ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนดำเนินการตามการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว บริษัทจะดำเนินการขอความยินยอมจากท่านก่อนที่จะดำเนินการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
ประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ได้เปลี่ยนแปลงจากนโยบายความเป็นส่วนตัวตามข้อกำหนดของคปภ. และจะมีผลตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
Choose your country or region
Visit HQ Pages
Visit Country Pages
Select your location and language
You are currently on a site outside of your country Switch to external site?
Visit your local page. If you change your mind, you can use the dropdown at the top navigation to visit other Tokio Marine country pages.
ขณะนี้คุณอยู่ในเว็บไซต์นอกประเทศของคุณ เปลี่ยนไปใช้เว็บไซต์ประเทศของคุณไหม?
เยี่ยมชมเว็บไซต์ในประเทศของคุณ หากคุณเปลี่ยนใจ คุณสามารถเลือกเมนูด้านล่าง เพื่อไปที่หน้าประเทศอื่นๆ ของโตเกียวมารีน